คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8888/2559 ฉบับเต็ม

#605736
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8888/2559 บริษัทโออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ร้อง นายสายยนต์ กัณหา ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 การที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างทำการจูงใจให้ลูกจ้างของผู้ร้องให้ไม่ทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 และวันที่ 10 กันยายน 2552 นั้น แม้การทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปตามความสมัครใจของลูกจ้างของผู้ร้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่ความสมัครใจนั้นต้องมิได้เกิดจากการชักจูงของบุคคลใด การที่ผู้คัดค้านจูงใจลูกจ้างของผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลาจึงเป็นการแทรกแซงอำนาจในการตัดสินใจของลูกจ้างผู้ร้องเพื่อมิให้ทำงานล่วงเวลาแก่ผู้ร้อง การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการต่อต้านอำนาจบังคับบัญชาของผู้ร้อง อันถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นปรปักษ์ต่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างและเป็นการประพฤติตนอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ผู้ร้องจึงมีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายสายยนต์ กรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านใช้อิทธิพลข่มขู่บังคับลูกจ้างผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2552 เป็นเหตุให้ผู้ร้องเสียหาย ขอให้ศาลอนุญาตผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างและกรรมการลูกจ้างของผู้ร้องในวันที่ 9 และวันที่ 10 กันยายน 2556 ลูกจ้างในโรงงานของผู้ร้องส่วนใหญ่ไม่ทำงานล่วงเวลาเนื่องจากผู้ร้องย้ายนายสุชาติ ประธานสหภาพแรงงานโออิชิ นวนคร ให้ไปทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยผู้คัดค้านมีส่วนในการจูงใจลูกจ้างผู้ร้องไม่ทำงานล่วงเวลา แต่มิได้ข่มขู่ลูกจ้าง แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำผู้คัดค้านจึงไม่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นเหตุให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านทำการจูงใจให้ลูกจ้างของผู้ร้องให้ไม่ทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 และวันที่ 10 กันยายน 2552 นั้น แม้การทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปตามความสมัครใจของลูกจ้างของผู้ร้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 24 วรรคหนึ่งก็ตาม แต่ความสมัครใจนั้นต้องมิได้เกิดจากการชักจูงของบุคคลใด การที่ผู้คัดค้านจูงใจลูกจ้างของผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลา จึงเป็นการแทรกแซงอำนาจในการตัดสินใจของลูกจ้างผู้ร้องเพื่อมิให้ทำงานล่วงเวลาแก่ผู้ร้อง การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการต่อต้านอำนาจบังคับบัญชาของผู้ร้อง อันถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นปรปักษ์ต่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างและเป็นการประพฤติตนอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ผู้ร้องจึงมีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการกระทำของผู้คัดค้านไม่ถึงขนาดเป็นเหตุให้เลิกจ้างนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน (ภาวนา สุคันธวณิช-วิชัย เอื้ออังคณากุล-ปกรณ์ สุวรรณพรหมา) ศาลแรงงานกลาง - นายรัฐพล โลนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2957/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ8196/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ7555/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
605736
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายรัฐพล โลนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962257"
    }
}
date
2559
deka_no
8888/2559
deka_running_no
8888
deka_year
2559
department
แรงงาน
judges
[
    "ภาวนา สุคันธวณิช",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "ปกรณ์ สุวรรณพรหมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทโออิชิ เทรดดิ้ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสายยนต์ กัณหา"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นายสายยนต์ กรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านใช้อิทธิพลข่มขู่บังคับลูกจ้างผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2552 เป็นเหตุให้ผู้ร้องเสียหาย ขอให้ศาลอนุญาตผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จากข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างและกรรมการลูกจ้างของผู้ร้องในวันที่ 9 และวันที่ 10 กันยายน 2556 ลูกจ้างในโรงงานของผู้ร้องส่วนใหญ่ไม่ทำงานล่วงเวลาเนื่องจากผู้ร้องย้ายนายสุชาติ ประธานสหภาพแรงงานโออิชิ นวนคร ให้ไปทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยผู้คัดค้านมีส่วนในการจูงใจลูกจ้างผู้ร้องไม่ทำงานล่วงเวลา แต่มิได้ข่มขู่ลูกจ้าง แล้ววินิจฉัยว่าการกระทำผู้คัดค้านจึงไม่ร้ายแรงถึงขนาดเป็นเหตุให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านทำการจูงใจให้ลูกจ้างของผู้ร้องให้ไม่ทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 และวันที่ 10 กันยายน 2552 นั้น แม้การทำงานล่วงเวลาจะเป็นไปตามความสมัครใจของลูกจ้างของผู้ร้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 24 วรรคหนึ่งก็ตาม แต่ความสมัครใจนั้นต้องมิได้เกิดจากการชักจูงของบุคคลใด การที่ผู้คัดค้านจูงใจลูกจ้างของผู้ร้องไม่ให้ทำงานล่วงเวลา จึงเป็นการแทรกแซงอำนาจในการตัดสินใจของลูกจ้างผู้ร้องเพื่อมิให้ทำงานล่วงเวลาแก่ผู้ร้อง การกระทำของผู้คัดค้านจึงเป็นการต่อต้านอำนาจบังคับบัญชาของผู้ร้อง อันถือว่าผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นปรปักษ์ต่อผู้ร้องซึ่งเป็นนายจ้างและเป็นการประพฤติตนอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ผู้ร้องจึงมีเหตุสมควรเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่าการกระทำของผู้คัดค้านไม่ถึงขนาดเป็นเหตุให้เลิกจ้างนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับเป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ8196/2552
primary_red_case_no
พ7555/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000204.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2957/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559