คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8845/2559 ฉบับเต็ม

#605920
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8845/2559 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายทศพร แซ่เตียว จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคสอง, มาตรา 186 (6), มาตรา 186 (8), มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 208, มาตรา 225 ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาโดยชอบแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย คงวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์ ถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. ว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคสอง, 186 (6) (8) เห็นควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ปฏิบัติให้ถูกต้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 289 จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิม รับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส แต่ปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี คำให้การในชั้นพิจารณาและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนจำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสเท่านั้น กับขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาโดยชอบแล้ว ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสหรือไม่ กับมีเหตุที่จะลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย คงวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์ ถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคสอง, 186 (6) (8) เห็นควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (เทพ อิงคสิทธิ์-นิพนธ์ ใจสำราญ-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายอำนาจ เพ็งมาก ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุทิน อุ้ยตระกูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3262/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ704/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3435/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
605920
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นายอำนาจ เพ็งมาก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสุทิน อุ้ยตระกูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962359"
    }
}
date
2559
deka_no
8845/2559
deka_running_no
8845
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "เทพ อิงคสิทธิ์",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185 วรรคสอง",
            "ม. 186 (6)",
            "ม. 186 (8)",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 208",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทศพร แซ่เตียว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 289

จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิม รับว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส แต่ปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี คำให้การในชั้นพิจารณาและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนจำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสเท่านั้น กับขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาโดยชอบแล้ว ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสหรือไม่ กับมีเหตุที่จะลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย คงวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์ ถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการพิจารณาและพิพากษา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคสอง, 186 (6) (8) เห็นควรให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ704/2558
primary_red_case_no
อ3435/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000205.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3262/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559