คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9694/2559 ฉบับเต็ม

#606129
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9694/2559 ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โจทก์ กรมสรรพสามิต จำเลย พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ (1), มาตรา 102 ทวิ (2) คำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ (1) และ (2) ที่โจทก์ยื่น ระบุว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการ แต่ขอยกเว้นค่าภาษีสรรพสามิตเพื่อบริจาครายรับเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งเป็นการกระทำในนามของโจทก์เองไม่ได้ระบุว่าโจทก์ยื่นคำขอยกเว้นแทนองค์กรใด และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าโจทก์ได้ส่งมอบรายรับทั้งหมดเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ตามที่โจทก์อ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการสนามแข่งม้า ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมิน คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต 278,861,836.99 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 50,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสมาคม มีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่ง คือ เพื่อบำรุงและส่งเสริมการผสมพันธุ์ม้า ให้ได้พันธุ์ที่เหมาะแก่ภูมิประเทศเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อสนับสนุนทางราชการเมื่อถึงคราวจำเป็น โดยจัดให้มีการแข่งม้าในกรุงเทพมหานคร และตามส่วนภูมิภาคในพระราชอาณาจักรไทย และจัดหารายได้จากการแข่งม้าเพื่อบำเพ็ญการกุศลสาธารณะ หรือเพื่องานสาธารณประโยชน์อย่างอื่น มีพลเอกวัธนชัย เป็นประธานอำนวยการ มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ จำเลยเป็นนิติบุคคล โดยเป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงการคลัง เมื่อปี 2549 โจทก์ได้จัดการแข่งม้าจำนวน 26 ครั้ง จำเลยได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิต สำหรับเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2549 ให้โจทก์เสียภาษี 300,622,723.65 บาท และโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตดังกล่าวทางไปรษณีย์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ตามสำเนาหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตและใบตอบรับ โจทก์ยื่นคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตฉบับลงวันที่ 7 มกราคม 2551 ต่อจำเลย และจำเลยมีคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตให้แก้ไขการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีเพื่อมหาดไทย รวม 238,581,046.75 บาท โจทก์ได้แจ้งผลคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตทางไปรษณีย์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ตามคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และใบตอบรับ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ตามคำอุทธรณ์ ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ และให้โจทก์ชำระภาษีตามคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต โดยโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และใบตอบรับ กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า ในปี 2549 โจทก์เป็นเพียงตัวแทนในการจัดแข่งม้าการกุศลแทนองค์กรอื่นหรือไม่ เห็นว่า แม้ทางนำสืบของโจทก์จะมีพลเอกวัธนชัย ประธานกรรมการอำนวยการของโจทก์ และพลตรีหญิงจันทิมา ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีของโจทก์ มาเบิกความในทำนองเดียวกันว่า การจัดแข่งม้าการกุศลในปี 2549 โจทก์เป็นเพียงตัวแทนกระทำการแทนมูลนิธิหรือองค์กรการกุศล แต่ก็เป็นเพียงคำเบิกความลอย ๆ ไม่มีการเบิกความรับรองเอกสารใด ๆ และไม่มีพยานบุคคลเกี่ยวกับส่วนราชการหรือองค์กรต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นตัวการมานำสืบให้สมข้ออ้างของโจทก์ เป็นเพียงหนังสือสรุปยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ และรายการบัญชีเงินฝากของฝาก ซึ่งไม่ใช่เอกสารยืนยันว่า โจทก์เป็นตัวแทนส่วนราชการหรือองค์กรดังกล่าว อีกทั้งทางนำสืบของโจทก์ยังขัดกับเอกสาร ที่โจทก์ไม่ได้โต้แย้งความถูกต้อง โดยเอกสารดังกล่าวเป็นคำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามมาตรา 102 ทวิ (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ที่โจทก์ยื่นขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตในช่วงปี 2549 ระบุว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการ แต่ขอยกเว้นค่าภาษีสรรพสามิตเพื่อบริจาครายรับในวันที่ 16 เมษายน 2549 เป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลจันทรุเบกษา และเพื่อบริจาครายรับในวันที่ 28 พฤษภาคม 2549 เป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการกระทำในนามของโจทก์เองไม่ได้ระบุว่ายื่นแทนองค์กรใด อีกทั้งโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้เห็นว่าโจทก์ได้ส่งมอบรายรับทั้งหมดให้อยู่ในอำนาจการบริหารหรือตัดสินใจขององค์กรที่โจทก์อ้างว่าเป็นตัวการ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นตัวแทนดำเนินการจัดแข่งม้าการกุศลตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานบริการสนามแข่งม้าโดยฟังไม่ได้ว่ากระทำการแทนบุคคลอื่น และตามคำฟ้องโจทก์ไม่โต้แย้งฐานรายรับที่ใช้ในการคำนวณภาษีและจำนวนภาษีตามการประเมินภาษีสรรพสามิต โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการสนามแข่งม้าตามการประเมินภาษีสรรพสามิต คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานบริการสนามแข่งม้าโดยฟังไม่ได้ว่ากระทำการแทนบุคคลอื่นดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นว่าส่วนราชการและองค์กรการกุศลได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือไม่อีก ประเด็นว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ตั้งประเด็นแต่เพียงว่า ส่วนราชการและองค์กรการกุศลเป็นตัวการจึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตแต่ได้รับยกเว้น ส่วนโจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบกิจการสถานบริการเป็นเพียงตัวแทนจึงไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 7 เท่านั้น ประเด็นที่ว่าโจทก์ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ หรือไม่ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 (เดิม) ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (ปกรณ์ วงศาโรจน์-ไสลเกษ วัฒนพันธุ์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร) ศาลภาษีอากรกลาง - นายพินิจ สุเสารัจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ภาษีอากร หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ภษ.92/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ49/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ130/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
606129
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายพินิจ สุเสารัจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081961902"
    }
}
date
2559
deka_no
9694/2559
deka_running_no
9694
deka_year
2559
department
ภาษีอากร
judges
[
    "ปกรณ์ วงศาโรจน์",
    "ไสลเกษ วัฒนพันธุ์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527",
        "sections": [
            "ม. 102 ทวิ (1)",
            "ม. 102 ทวิ (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ในพระบรมราชูปถัมภ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมสรรพสามิต"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมิน คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต 278,861,836.99 บาท

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 50,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสมาคม มีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่ง คือ เพื่อบำรุงและส่งเสริมการผสมพันธุ์ม้า ให้ได้พันธุ์ที่เหมาะแก่ภูมิประเทศเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อสนับสนุนทางราชการเมื่อถึงคราวจำเป็น โดยจัดให้มีการแข่งม้าในกรุงเทพมหานคร และตามส่วนภูมิภาคในพระราชอาณาจักรไทย และจัดหารายได้จากการแข่งม้าเพื่อบำเพ็ญการกุศลสาธารณะ หรือเพื่องานสาธารณประโยชน์อย่างอื่น มีพลเอกวัธนชัย เป็นประธานอำนวยการ มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ จำเลยเป็นนิติบุคคล โดยเป็นกรมในรัฐบาล สังกัดกระทรวงการคลัง เมื่อปี 2549 โจทก์ได้จัดการแข่งม้าจำนวน 26 ครั้ง จำเลยได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิต สำหรับเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2549 ให้โจทก์เสียภาษี 300,622,723.65 บาท และโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตดังกล่าวทางไปรษณีย์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ตามสำเนาหนังสือแจ้งการประเมินภาษีสรรพสามิตและใบตอบรับ โจทก์ยื่นคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตฉบับลงวันที่ 7 มกราคม 2551 ต่อจำเลย และจำเลยมีคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตให้แก้ไขการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีเพื่อมหาดไทย รวม 238,581,046.75 บาท โจทก์ได้แจ้งผลคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตทางไปรษณีย์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ตามคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และใบตอบรับ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ตามคำอุทธรณ์ ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ และให้โจทก์ชำระภาษีตามคำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต โดยโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และใบตอบรับ

กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า ในปี 2549 โจทก์เป็นเพียงตัวแทนในการจัดแข่งม้าการกุศลแทนองค์กรอื่นหรือไม่ เห็นว่า แม้ทางนำสืบของโจทก์จะมีพลเอกวัธนชัย ประธานกรรมการอำนวยการของโจทก์ และพลตรีหญิงจันทิมา ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีของโจทก์ มาเบิกความในทำนองเดียวกันว่า การจัดแข่งม้าการกุศลในปี 2549 โจทก์เป็นเพียงตัวแทนกระทำการแทนมูลนิธิหรือองค์กรการกุศล แต่ก็เป็นเพียงคำเบิกความลอย ๆ ไม่มีการเบิกความรับรองเอกสารใด ๆ และไม่มีพยานบุคคลเกี่ยวกับส่วนราชการหรือองค์กรต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นตัวการมานำสืบให้สมข้ออ้างของโจทก์ เป็นเพียงหนังสือสรุปยอดเงินในบัญชีออมทรัพย์ และรายการบัญชีเงินฝากของฝาก ซึ่งไม่ใช่เอกสารยืนยันว่า โจทก์เป็นตัวแทนส่วนราชการหรือองค์กรดังกล่าว อีกทั้งทางนำสืบของโจทก์ยังขัดกับเอกสาร ที่โจทก์ไม่ได้โต้แย้งความถูกต้อง โดยเอกสารดังกล่าวเป็นคำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามมาตรา 102 ทวิ (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ที่โจทก์ยื่นขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตในช่วงปี 2549 ระบุว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการ แต่ขอยกเว้นค่าภาษีสรรพสามิตเพื่อบริจาครายรับในวันที่ 16 เมษายน 2549 เป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลจันทรุเบกษา และเพื่อบริจาครายรับในวันที่ 28 พฤษภาคม 2549 เป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการกระทำในนามของโจทก์เองไม่ได้ระบุว่ายื่นแทนองค์กรใด อีกทั้งโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้เห็นว่าโจทก์ได้ส่งมอบรายรับทั้งหมดให้อยู่ในอำนาจการบริหารหรือตัดสินใจขององค์กรที่โจทก์อ้างว่าเป็นตัวการ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นตัวแทนดำเนินการจัดแข่งม้าการกุศลตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานบริการสนามแข่งม้าโดยฟังไม่ได้ว่ากระทำการแทนบุคคลอื่น และตามคำฟ้องโจทก์ไม่โต้แย้งฐานรายรับที่ใช้ในการคำนวณภาษีและจำนวนภาษีตามการประเมินภาษีสรรพสามิต โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในฐานะเป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการสนามแข่งม้าตามการประเมินภาษีสรรพสามิต คำวินิจฉัยคำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต และคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิต อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานบริการสนามแข่งม้าโดยฟังไม่ได้ว่ากระทำการแทนบุคคลอื่นดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นว่าส่วนราชการและองค์กรการกุศลได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตหรือไม่อีก ประเด็นว่า โจทก์ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ตั้งประเด็นแต่เพียงว่า ส่วนราชการและองค์กรการกุศลเป็นตัวการจึงเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตแต่ได้รับยกเว้น ส่วนโจทก์ไม่ใช่ผู้ประกอบกิจการสถานบริการเป็นเพียงตัวแทนจึงไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 7 เท่านั้น ประเด็นที่ว่าโจทก์ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา 102 ทวิ หรือไม่ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลภาษีอากรกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 29 (เดิม) ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ49/2555
primary_red_case_no
พ130/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000201.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ภษ.92/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559