คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2559 ฉบับเต็ม

#606336
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2559 บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โจทก์ นายนัฎติพงษ์ สืบสาย จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 22, มาตรา 31 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 โจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาล พ. อันเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โจทก์ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยผู้ก่อให้เกิดความเสียหายได้ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มิใช่เรื่องการรับช่วงสิทธิ ส่วนค่าเสียหายจำนวน 40,000 บาท ที่จำเลยตกลงจ่ายแก่ พ. ตามบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีนั้นเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่โจทก์จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว ค่าเสียหายที่จำเลยตกลงจ่ายแก่ พ. จึงเป็นค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไป ถือเป็นค่าเสียหายเพิ่มเติมในทางแพ่งที่ พ. มีสิทธิเรียกจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้อีกส่วนหนึ่งต่างหาก ตามมาตรา 22 ไม่ทำให้ค่าเสียหายเบื้องต้นที่โจทก์จ่ายแทนไปก่อนระงับไป โจทก์จึงมีสิทธิไล่เบี้ยค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นคืนจากจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนได้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 463 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 15,293 บาท ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 15,293 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 14,830 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 14,830 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ ดอกเบี้ยถึงวันที่ 8 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 463 บาท ตามที่โจทก์ขอ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 15 นาฬิกา จำเลยขับรถโดยประมาทเลินเล่อออกจากข้างทางอย่างกะทันหันโดยไม่ตรวจสอบว่ามีรถคันอื่นแล่นผ่านมาหรือไม่ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขกข พะเยา 384 ซึ่งนายเพ็ง เป็นผู้ขับขี่ โดยมีโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์ ทำให้นายเพ็ง ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพะเยารามและรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2554 โรงพยาบาลพะเยารามยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่ารักษาพยาบาลของนายเพ็งในฐานะเป็นผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 จำนวน 14,830 บาท โจทก์ชำระไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 ตามใบคำร้องขอค่าเสียหายพร้อมใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงิน โจทก์ถึงทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ แต่หลังเกิดเหตุจำเลยได้ตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายเพ็ง 40,000 บาท ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 16 เมษายน 2554 ต่อมาจำเลยผิดนัด นายเพ็งจึงฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นและทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้วเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 655/2554 ของศาลชั้นต้น ตามสำเนาคำฟ้อง สำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนาคำพิพากษาตามยอม นอกจากนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการจังหวัดพะเยาฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วตามสำเนาคำฟ้องคดีอาญา สำเนาคำแถลงขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและคำพิพากษาคดีอาญา คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด เห็นว่า หลังเกิดเหตุนายเพ็งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพะเยาราม โรงพยาบาลพะเยารามจึงยื่นคำร้องแทนนายเพ็งขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อโจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว จึงมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยผู้ก่อให้เกิดความเสียหายได้ตาม มาตรา 31 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มิใช่เรื่องการรับช่วงสิทธิ ส่วนค่าเสียหายที่จำเลยตกลงจ่ายเงิน 40,000 บาท ให้แก่นายเพ็งตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ปรากฏว่าวันที่ 14 มีนาคม 2554 โรงพยาบาลพะเยารามซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่รักษานายเพ็งยื่นคำร้องขอให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น วันที่ 26 มีนาคม 2554 โจทก์จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่โรงพยาบาลพะเยาราม ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2554 จำเลยจึงได้ตกลงใช้ค่าเสียหายแก่นายเพ็ง 40,000 บาท ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหาย นายเพ็งจึงฟ้องจำเลยเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าว และวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่นายเพ็ง จึงถือได้ว่าจำเลยทราบว่าโจทก์ได้ชำระค่ารักษาพยาบาลอันเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่โรงพยาบาลพะเยารามแล้ว ก่อนที่จำเลยและนายเพ็งจะตกลงค่าเสียหายกันตามบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ค่าเสียหายที่จำเลยตกลงจ่ายให้แก่นายเพ็งจึงเป็นค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไป ถือเป็นค่าเสียหายเพิ่มเติมในทางแพ่งที่นายเพ็งมีสิทธิเรียกจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้อีกส่วนหนึ่งต่างหากตาม มาตรา 22 ไม่ทำให้ค่าเสียหายเบื้องต้นของนายเพ็งที่โจทก์ชำระแทนไปก่อนระงับไป ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิไล่เบี้ยค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นคืนจากจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ทองธาร เหลืองเรืองรอง-เกษม เกษมปัญญา-บุญไชย ธนาพันธ์สิน) ศาลจังหวัดพะเยา - นางกิ่งดาว ศักดิ์สิทธิศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ - นางมาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.55/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ743/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ11/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
606336
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพะเยา",
        "judge": "นางกิ่งดาว ศักดิ์สิทธิศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางมาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962486"
    }
}
date
2559
deka_no
8443/2559
deka_running_no
8443
deka_year
2559
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "บุญไชย ธนาพันธ์สิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายนัฎติพงษ์ สืบสาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนได้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 463 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 15,293 บาท ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 15,293 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 14,830 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 14,830 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 มีนาคม 2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ ดอกเบี้ยถึงวันที่ 8 กันยายน 2554 ซึ่งเป็นวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน 463 บาท ตามที่โจทก์ขอ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2554 เวลา 15 นาฬิกา จำเลยขับรถโดยประมาทเลินเล่อออกจากข้างทางอย่างกะทันหันโดยไม่ตรวจสอบว่ามีรถคันอื่นแล่นผ่านมาหรือไม่ เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขกข พะเยา 384 ซึ่งนายเพ็ง เป็นผู้ขับขี่ โดยมีโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยตามกรมธรรม์ ทำให้นายเพ็ง ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลพะเยารามและรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2554 โรงพยาบาลพะเยารามยื่นคำร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่ารักษาพยาบาลของนายเพ็งในฐานะเป็นผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 จำนวน 14,830 บาท โจทก์ชำระไปแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 ตามใบคำร้องขอค่าเสียหายพร้อมใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงิน โจทก์ถึงทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ แต่หลังเกิดเหตุจำเลยได้ตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายเพ็ง 40,000 บาท ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลงวันที่ 16 เมษายน 2554 ต่อมาจำเลยผิดนัด นายเพ็งจึงฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งต่อศาลชั้นต้นและทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้วเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 655/2554 ของศาลชั้นต้น ตามสำเนาคำฟ้อง สำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนาคำพิพากษาตามยอม นอกจากนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการจังหวัดพะเยาฟ้องเป็นคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วตามสำเนาคำฟ้องคดีอาญา สำเนาคำแถลงขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและคำพิพากษาคดีอาญา

คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด เห็นว่า หลังเกิดเหตุนายเพ็งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพะเยาราม โรงพยาบาลพะเยารามจึงยื่นคำร้องแทนนายเพ็งขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อโจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว จึงมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยผู้ก่อให้เกิดความเสียหายได้ตาม มาตรา 31 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มิใช่เรื่องการรับช่วงสิทธิ ส่วนค่าเสียหายที่จำเลยตกลงจ่ายเงิน 40,000 บาท ให้แก่นายเพ็งตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี ปรากฏว่าวันที่ 14 มีนาคม 2554 โรงพยาบาลพะเยารามซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่รักษานายเพ็งยื่นคำร้องขอให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น วันที่ 26 มีนาคม 2554 โจทก์จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่โรงพยาบาลพะเยาราม ต่อมาวันที่ 16 เมษายน 2554 จำเลยจึงได้ตกลงใช้ค่าเสียหายแก่นายเพ็ง 40,000 บาท ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเสียหาย นายเพ็งจึงฟ้องจำเลยเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าว และวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่นายเพ็ง จึงถือได้ว่าจำเลยทราบว่าโจทก์ได้ชำระค่ารักษาพยาบาลอันเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่โรงพยาบาลพะเยารามแล้ว ก่อนที่จำเลยและนายเพ็งจะตกลงค่าเสียหายกันตามบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ค่าเสียหายที่จำเลยตกลงจ่ายให้แก่นายเพ็งจึงเป็นค่าสินไหมทดแทนนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์จ่ายไป ถือเป็นค่าเสียหายเพิ่มเติมในทางแพ่งที่นายเพ็งมีสิทธิเรียกจากจำเลยผู้ทำละเมิดได้อีกส่วนหนึ่งต่างหากตาม มาตรา 22 ไม่ทำให้ค่าเสียหายเบื้องต้นของนายเพ็งที่โจทก์ชำระแทนไปก่อนระงับไป ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิไล่เบี้ยค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นคืนจากจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ743/2554
primary_red_case_no
พ11/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000206.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.55/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559