คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9151/2559 ฉบับเต็ม

#606713
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9151/2559 บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสุริยา บุดสีสวย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 18, มาตรา 151, มาตรา 223 ทวิ ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 มาตรา ข้อ 5 และข้อ 7 ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนคำฟ้องไปทำมาใหม่โดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษเอ 4 แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องได้ตามวรรคสองของมาตรา 18 คำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ดี เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์แล้ว ก็ชอบที่จะมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วทั้งหมดแก่โจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 27,012.73 บาท ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 มาใหม่ภายใน 7 วัน แล้วเสนอใหม่เพื่อพิจารณาสั่ง โจทก์ไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าขึ้นศาลไม่คืนให้ตกเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 มาใหม่ภายใน 7 วัน และมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องโดยไม่คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อำนาจแก่ศาลชั้นต้นที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆ เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นคำคู่ความแล้ว เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ใช้แบบพิมพ์ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป คือวันที่ 1 เมษายน 2557 ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจสั่งคืนคำฟ้องให้โจทก์ทำมาใหม่ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 วรรคสอง แม้ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 ข้อ 5 และข้อ 7 จะให้ใช้แบบพิมพ์ศาลที่เจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำ ซึ่งมีสัญลักษณ์ ขนาด รูปแบบ และข้อความ รวมทั้งสี ขนาด และรูปแบบตัวอักษรตรงกันหรือแตกต่างเพียงเล็กน้อยจากแบบพิมพ์ที่กำหนดได้โดยอนุโลม และให้ใช้แบบพิมพ์เดิมที่เหลืออยู่ได้ต่อไปจนกว่าจะหมด แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศใช้ระเบียบดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นในการตรวจคำคู่ความดังกล่าวว่า เข้าหลักเกณฑ์ที่จะอนุโลมให้ใช้แบบพิมพ์เดิมหรือเป็นการใช้แบบพิมพ์เดิมที่เหลืออยู่หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 มาใหม่ภายใน 7 วัน จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อโจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ก็มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงชอบแล้ว แต่เมื่อกรณีถือว่าเป็นคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์นั้นจึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นทั้งหมดให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ-สุริยง ลิ้มสถิรานันท์-เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์) ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายศิริชัย พลการ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1988/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ667/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ635/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
606713
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสาคร",
        "judge": "นายศิริชัย พลการ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962140"
    }
}
date
2559
deka_no
9151/2559
deka_running_no
9151
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ",
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์",
    "เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 151",
            "ม. 223 ทวิ"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557",
        "law_abbr": "ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุริยา บุดสีสวย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 27,012.73 บาท ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 มาใหม่ภายใน 7 วัน แล้วเสนอใหม่เพื่อพิจารณาสั่ง โจทก์ไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า โจทก์ทิ้งฟ้องให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ค่าขึ้นศาลไม่คืนให้ตกเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 มาใหม่ภายใน 7 วัน และมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องโดยไม่คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อำนาจแก่ศาลชั้นต้นที่จะตรวจคำคู่ความที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความ หรือบุคคลใด ๆ เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์ซึ่งเป็นคำคู่ความแล้ว เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ใช้แบบพิมพ์ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป คือวันที่ 1 เมษายน 2557 ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจสั่งคืนคำฟ้องให้โจทก์ทำมาใหม่ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 วรรคสอง แม้ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 ข้อ 5 และข้อ 7 จะให้ใช้แบบพิมพ์ศาลที่เจ้าพนักงาน คู่ความ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำ ซึ่งมีสัญลักษณ์ ขนาด รูปแบบ และข้อความ รวมทั้งสี ขนาด และรูปแบบตัวอักษรตรงกันหรือแตกต่างเพียงเล็กน้อยจากแบบพิมพ์ที่กำหนดได้โดยอนุโลม และให้ใช้แบบพิมพ์เดิมที่เหลืออยู่ได้ต่อไปจนกว่าจะหมด แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศใช้ระเบียบดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นในการตรวจคำคู่ความดังกล่าวว่า เข้าหลักเกณฑ์ที่จะอนุโลมให้ใช้แบบพิมพ์เดิมหรือเป็นการใช้แบบพิมพ์เดิมที่เหลืออยู่หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้โจทก์จัดทำคำฟ้องโดยใช้แบบพิมพ์ขนาดกระดาษ เอ 4 ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยแบบพิมพ์ศาล พ.ศ.2557 มาใหม่ภายใน 7 วัน จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อโจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาที่กำหนด ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ก็มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงชอบแล้ว แต่เมื่อกรณีถือว่าเป็นคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นที่โจทก์ได้ชำระไว้แล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์นั้นจึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นทั้งหมดให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ667/2557
primary_red_case_no
พ635/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000203.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1988/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559