คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8882 -ที่ 8883/2559 ฉบับเต็ม

#606733
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8882 - 8883/2559 นายสมศักดิ์ เหมฤดี กับพวก โจทก์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา 44 ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 แบ่งการดำเนินการเลือกตั้งออกเป็นสองขั้นตอน คือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกับขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้ง กล่าวคือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 2 คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง หมวดที่ 3 การยื่นใบสมัครรับการเลือกตั้ง และหมวดที่ 4 หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 5 การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หมวดที่ 6 การนับคะแนนและการเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และหมวดที่ 7 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคือขั้นตอนการรับสมัครเลือกตั้งนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนนี้หากคณะกรรมการการเลือกตั้งของจำเลยไม่รับสมัครบุคคลใดก็ย่อมกระทบสิทธิเฉพาะบุคคลนั้นและผู้ถูกกระทบสิทธิอาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับสมัครตนได้เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนต่อไป แต่การไม่รับสมัครเลือกตั้งหาได้กระทบถึงขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น แม้การไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองจะเป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับและระเบียบของจำเลย แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 หรือกฎหมาย จึงหามีผลให้การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย ส่วนการที่จำเลยไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองอย่างไร โจทก์ทั้งสองชอบที่จะไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่ง ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 และเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ในส่วนที่รับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารของจำเลย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยเพียงประการเดียวว่า คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบหรือไม่ เห็นว่า ในเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งของโจทก์ทั้งสองนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญของจำเลยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ให้โจทก์ทั้งสองออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยและให้ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่เคยพ้นสถานภาพการเป็นสมาชิกของจำเลยจากมติดังกล่าว คำพิพากษาศาลแรงงานกลางย่อมผูกพันจำเลยนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียแม้จำเลยจะอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวแต่ตราบใดที่ศาลฎีกายังมิได้มีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย โจทก์ทั้งสองก็ยังคงมีสถานภาพเป็นสมาชิกของจำเลยมีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งได้ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 ข้อ 8.1 ที่กำหนดว่าคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกจำเลยโดยสมบูรณ์ตามข้อบังคับจำเลยไม่น้อยกว่า 1 ปี หาใช่โจทก์ทั้งสองไม่มีสถานภาพเป็นสมาชิกของจำเลยหรือสถานภาพการเป็นสมาชิกของโจทก์ทั้งสองไม่สมบูรณ์ดังที่จำเลยอ้างมาเป็นข้อปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสอง การที่จำเลยปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยข้อ 12 (2) ที่กำหนดว่า สมาชิกมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการ สำหรับปัญหาว่าการที่จำเลยปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองโดยไม่ชอบด้วยข้อบังคับและระเบียบของจำเลยดังกล่าวมีผลให้กระบวนการเลือกตั้งไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่ต้นหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามระเบียบ ว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 แบ่งการดำเนินการเลือกตั้งออกเป็นสองขั้นตอน คือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกับขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งกล่าวคือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 2 คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง หมวดที่ 3 การยื่นใบสมัครรับการเลือกตั้ง และหมวดที่ 4 หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 5 การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หมวดที่ 6 การนับคะแนนและการเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและหมวดที่ 7 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคือขั้นตอนการรับสมัครเลือกตั้งนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนนี้หากคณะกรรมการการเลือกตั้งของจำเลยไม่รับสมัครบุคคลใดก็ย่อมกระทบสิทธิเฉพาะบุคคลนั้น และผู้ถูกกระทบสิทธิอาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับสมัครตนได้เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนต่อไป แต่การไม่รับสมัครเลือกตั้งหาได้กระทบถึงขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น แม้การไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองจะเป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับและระเบียบของจำเลย แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยพ.ศ.2555 หรือกฎหมาย จึงหามีผลให้การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทยชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยดังที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ไม่ ส่วนการที่จำเลยไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองอย่างไร โจทก์ทั้งสองชอบที่จะไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่งโจทก์ทั้งสองไม่อาจขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทยชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 และเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ในส่วนที่รับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารของจำเลยได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมจิตร์ ทองศรี-วิชัย เอื้ออังคณากุล-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายสุเจตน์ สถาพรนานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร 643/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4665/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ278/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
606733
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสุเจตน์ สถาพรนานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962257"
    }
}
date
2559
deka_no
8883/2559
deka_running_no
8883
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "สมจิตร์ ทองศรี",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "sections": [
            "ม. 44"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ เหมฤดี กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมการพิจารณาเข้าด้วยกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 และเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ในส่วนที่รับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารของจำเลย

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยเพียงประการเดียวว่า คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบหรือไม่ เห็นว่า ในเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งของโจทก์ทั้งสองนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญของจำเลยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ให้โจทก์ทั้งสองออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยและให้ถือว่าโจทก์ทั้งสองไม่เคยพ้นสถานภาพการเป็นสมาชิกของจำเลยจากมติดังกล่าว คำพิพากษาศาลแรงงานกลางย่อมผูกพันจำเลยนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียแม้จำเลยจะอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวแต่ตราบใดที่ศาลฎีกายังมิได้มีคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย โจทก์ทั้งสองก็ยังคงมีสถานภาพเป็นสมาชิกของจำเลยมีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งได้ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 ข้อ 8.1 ที่กำหนดว่าคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกจำเลยโดยสมบูรณ์ตามข้อบังคับจำเลยไม่น้อยกว่า 1 ปี หาใช่โจทก์ทั้งสองไม่มีสถานภาพเป็นสมาชิกของจำเลยหรือสถานภาพการเป็นสมาชิกของโจทก์ทั้งสองไม่สมบูรณ์ดังที่จำเลยอ้างมาเป็นข้อปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสอง การที่จำเลยปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยข้อ 12 (2) ที่กำหนดว่า สมาชิกมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการ สำหรับปัญหาว่าการที่จำเลยปฏิเสธไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองโดยไม่ชอบด้วยข้อบังคับและระเบียบของจำเลยดังกล่าวมีผลให้กระบวนการเลือกตั้งไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่ต้นหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามระเบียบ ว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2555 แบ่งการดำเนินการเลือกตั้งออกเป็นสองขั้นตอน คือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกับขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งกล่าวคือขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 2 คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง หมวดที่ 3 การยื่นใบสมัครรับการเลือกตั้ง และหมวดที่ 4 หลักฐานการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนขั้นตอนตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งกำหนดไว้ในหมวดที่ 5 การลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หมวดที่ 6 การนับคะแนนและการเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและหมวดที่ 7 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าขั้นตอนก่อนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งคือขั้นตอนการรับสมัครเลือกตั้งนั่นเอง ซึ่งขั้นตอนนี้หากคณะกรรมการการเลือกตั้งของจำเลยไม่รับสมัครบุคคลใดก็ย่อมกระทบสิทธิเฉพาะบุคคลนั้น และผู้ถูกกระทบสิทธิอาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับสมัครตนได้เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนต่อไป แต่การไม่รับสมัครเลือกตั้งหาได้กระทบถึงขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น แม้การไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองจะเป็นการไม่ชอบด้วยข้อบังคับและระเบียบของจำเลย แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าขั้นตอนกระบวนการตั้งแต่การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจนประกาศผลการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยพ.ศ.2555 หรือกฎหมาย จึงหามีผลให้การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทยชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วยดังที่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ไม่ ส่วนการที่จำเลยไม่รับสมัครโจทก์ทั้งสองก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองอย่างไร โจทก์ทั้งสองชอบที่จะไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่งโจทก์ทั้งสองไม่อาจขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทยชุดที่ 5 ปี 2555 ถึงปี 2558 และเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ในส่วนที่รับรองผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารของจำเลยได้ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4665/2555
primary_red_case_no
พ278/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000204.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร 643/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8882 -
year
2559