คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4055 -ที่ 4056/2559 ฉบับเต็ม

#607977
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4055 - 4056/2559 นายนาวี นาคนาวา โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา 13 (1) ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ มาตรา ข้อ 60 (4) ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ไม่ได้ระบุว่าการว่ากล่าวตักเตือนเป็นโทษผิดวินัย จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนของจำเลยที่ 1 เป็นการลงโทษโจทก์ทั้งสอง และหากโจทก์ทั้งสองจะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะกระทำการดังถูกว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง การว่ากล่าวตักเตือนเช่นนี้จึงยังไม่โต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่องว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางปรับอากาศ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการเขตการเดินรถมีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบ ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ที่ 212/2553 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเขตการเดินรถ จำเลยที่ 2 เป็นผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 2 โจทก์ทั้งสองขับรถยนต์โดยสารประจำทาง สาย 26 ขึ้นสะพานต่างระดับข้ามแยกกิโลเมตร 8 ถนนรามอินทรา อันเป็นการขัดคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 106/2555 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัยเป็นการถาวร และมีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 ให้ว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง แล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง หามีผลเป็นการทำให้โจทก์เสียสิทธิ์แต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิ์โจทก์ทั้งสอง อันจะทำให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลขอเพิกถอนคำสั่งได้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ทั้งสองว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีคำสั่งทางวิทยุห้ามพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางนำรถยนต์โดยสารประจำทางขึ้นสะพานยกระดับข้ามแยกต่าง ๆ ยกเว้นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตหากตรวจพบหรือมีรายงานจะพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป และโทษตามข้อบังคับจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 46 ข้อ 7 ระบุว่า โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ ไล่ออก ให้ออก ลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน และภาคทัณฑ์ การว่ากล่าวตักเตือนมิได้มีระบุไว้ว่าเป็นโทษผิดวินัย จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการลงโทษโจทก์ทั้งสอง และหากโจทก์ทั้งสองจะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะกระทำการดังถูกว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง การว่ากล่าวตักเตือนเช่นนี้จึงยังไม่โต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ทวีป ตันสวัสดิ์-วิชัย เอื้ออังคณากุล-เกียรติพงศ์ อมาตยกุล) ศาลแรงงานกลาง - นางศศิธร เพ็ชรคง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร1199/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ24/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ593/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
607977
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางศศิธร เพ็ชรคง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081964009"
    }
}
date
2559
deka_no
4056/2559
deka_running_no
4056
deka_year
2559
department
แผนก
judges
[
    "ทวีป ตันสวัสดิ์",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "เกียรติพงศ์ อมาตยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "sections": [
            "ม. 13 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ",
        "law_abbr": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายนาวี นาคนาวา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่องว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2556

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางปรับอากาศ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจ ผู้อำนวยการเขตการเดินรถมีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบ ข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ตามคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ที่ 212/2553 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการเขตการเดินรถ จำเลยที่ 2 เป็นผู้อำนวยการเขตการเดินรถที่ 2 โจทก์ทั้งสองขับรถยนต์โดยสารประจำทาง สาย 26 ขึ้นสะพานต่างระดับข้ามแยกกิโลเมตร 8 ถนนรามอินทรา อันเป็นการขัดคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 106/2555 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัยเป็นการถาวร และมีคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 ให้ว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง แล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ทั้งสอง หามีผลเป็นการทำให้โจทก์เสียสิทธิ์แต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิ์โจทก์ทั้งสอง อันจะทำให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธินำคดีมาสู่ศาลขอเพิกถอนคำสั่งได้ โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์โจทก์ทั้งสองว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงานหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 มีคำสั่งทางวิทยุห้ามพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทางนำรถยนต์โดยสารประจำทางขึ้นสะพานยกระดับข้ามแยกต่าง ๆ ยกเว้นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตหากตรวจพบหรือมีรายงานจะพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป และโทษตามข้อบังคับจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 46 ข้อ 7 ระบุว่า โทษผิดวินัยมี 5 สถาน คือ ไล่ออก ให้ออก ลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน และภาคทัณฑ์ การว่ากล่าวตักเตือนมิได้มีระบุไว้ว่าเป็นโทษผิดวินัย จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการลงโทษโจทก์ทั้งสอง และหากโจทก์ทั้งสองจะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะกระทำการดังถูกว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว โจทก์ทั้งสองก็ยกเป็นข้อต่อสู้ได้ว่าคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือที่ไม่ถูกต้อง การว่ากล่าวตักเตือนเช่นนี้จึงยังไม่โต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ยกเลิกคำสั่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เขตการเดินรถที่ 2 ที่ 239/2556 เรื่อง ว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน ที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ24/2557
primary_red_case_no
พ593/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000219.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร1199/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4055 -
year
2559