คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2560 ฉบับเต็ม

#608710
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2560 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 วรรคสองนั้น หากพฤติการณ์ของบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป สำนักงานโดยความเห็นของคณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดไว้ เมื่อ ม. ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดเนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายโดยร่วมอยู่ในขบวนการก่อการร้ายจนศาลออกหมายจับไว้หลายคดี การที่ ม. ถึงแก่ความตาย ย่อมทำให้พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของ ม. หมดสิ้นไป เป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของบุคคลที่ถูกกำหนดเปลี่ยนแปลงไปจึงให้เพิกถอนชื่อ ม. ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายมะรูดิน เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 ต่อมานายมะรูดินเสียชีวิต ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากนายมะรูดินบุคคลที่ถูกกำหนดถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายย่อมหมดไปโดยสภาพซึ่งถือเป็นกรณีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงไป ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเดิม (ที่ถูก ต้องสั่งยกคำร้องด้วย) ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุเพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือดำเนินการแทนหรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุมของบุคคลนั้น ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาส่งรายชื่อผู้นั้นให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดและถ้าปรากฏแก่ศาลว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ดังต่อไปนี้ ให้ศาลมีคำสั่งตามที่ขอ (1) ผู้นั้นมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือ (2) ผู้นั้นดำเนินการแทนหรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุมของบุคคลที่ถูกกำหนดตาม (1) หรือตามมาตรา 4 ให้สำนักงานทบทวนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่ง ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด" ตามบัญญัติวรรคสองดังกล่าว เห็นได้ว่าถ้าพฤติการณ์ของบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป สำนักงานโดยความเห็นของคณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดไว้ สำหรับคดีนี้ นายมะรูดิน ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายโดยร่วมอยู่ในขบวนการก่อการร้ายจนศาลออกหมายจับไว้หลายคดี การที่นายมะรูดินถึงแก่ความตาย ย่อมทำให้พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของนายมะรูดินหมดสิ้นไป จึงเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของบุคคลที่ถูกกำหนดเปลี่ยนแปลงไปตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสอง ศาลย่อมมีคำสั่งเพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ชวลิต ยงพาณิชย์-ทวีป ตันสวัสดิ์-โสรัตน์ เพียรอนุกูล) ศาลแพ่ง - นายพิพัฒน์ ขำขะจิตร์ ศาลอุทธรณ์ - นายจุมพล กล้าประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1448/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ฟ5/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ฟ5/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
608710
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายพิพัฒน์ ขำขะจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายจุมพล กล้าประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081961039"
    }
}
date
2560
deka_no
1800/2560
deka_running_no
1800
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยงพาณิชย์",
    "ทวีป ตันสวัสดิ์",
    "โสรัตน์ เพียรอนุกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายมะรูดิน เป็นบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 ต่อมานายมะรูดินเสียชีวิต ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากนายมะรูดินบุคคลที่ถูกกำหนดถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายย่อมหมดไปโดยสภาพซึ่งถือเป็นกรณีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายเปลี่ยนแปลงไป

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งเดิม (ที่ถูก ต้องสั่งยกคำร้องด้วย)

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุเพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ใดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือดำเนินการแทนหรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุมของบุคคลนั้น ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาส่งรายชื่อผู้นั้นให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดและถ้าปรากฏแก่ศาลว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ดังต่อไปนี้ ให้ศาลมีคำสั่งตามที่ขอ

(1) ผู้นั้นมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือ

(2) ผู้นั้นดำเนินการแทนหรือตามคำสั่งหรือภายใต้การควบคุมของบุคคลที่ถูกกำหนดตาม (1) หรือตามมาตรา 4

ให้สำนักงานทบทวนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่ง ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด"

ตามบัญญัติวรรคสองดังกล่าว เห็นได้ว่าถ้าพฤติการณ์ของบุคคลที่ถูกกำหนดตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป สำนักงานโดยความเห็นของคณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดไว้ สำหรับคดีนี้ นายมะรูดิน ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายโดยร่วมอยู่ในขบวนการก่อการร้ายจนศาลออกหมายจับไว้หลายคดี การที่นายมะรูดินถึงแก่ความตาย ย่อมทำให้พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของนายมะรูดินหมดสิ้นไป จึงเป็นกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายของบุคคลที่ถูกกำหนดเปลี่ยนแปลงไปตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสอง ศาลย่อมมีคำสั่งเพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนชื่อนายมะรูดิน ออกจากรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.2556 มาตรา 5 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ฟ5/2557
primary_red_case_no
ฟ5/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000194.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1448/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560