คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2560 ฉบับเต็ม

#608724
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2560 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่ โจทก์ นายวีระพันธ์ จอมคำ จำเลย ป.อ. มาตรา 190 พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 4, มาตรา 29 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ผู้ติดยาเสพติดหลบหนีจากการควบคุมหรือหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 29 และ ป.อ. มาตรา 190 มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ให้ครบถ้วนก่อนที่จะฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 4 และ 29 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไม่ครบถ้วนเพราะจำเลยหลบหนีนั้นถือไม่ได้ว่า เป็นการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เพราะจำเลยยังไม่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดครบตามกำหนดระยะเวลา กรณีนี้ต้องมีการจับตัวจำเลยมารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้ครบถ้วนเสียก่อน เมื่อยังไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ให้ครบถ้วนก่อน แต่ได้นำตัวจำเลยมาส่งฟ้องศาลจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ผู้ติดยาเสพติดหลบหนีจากการควบคุมหรือหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 29 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ก่อนที่จะฟ้องดังที่จำเลยฎีกา ดังนี้ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย (ไพโรจน์ นวานุช -ปิยกุล บุญเพิ่ม -สุรางคนา กมลละคร ) ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายวิเศษ วิเศษจุมพล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายกีรติ เชียงปวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1963/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ822/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2059/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
608724
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงเชียงใหม่",
        "judge": "นายวิเศษ วิเศษจุมพล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายกีรติ เชียงปวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081961045"
    }
}
date
2560
deka_no
1522/2560
deka_running_no
1522
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ นวานุช",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม",
    "สุรางคนา กมลละคร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 190"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 29"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวีระพันธ์ จอมคำ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 4 และ 29

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 29 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 วรรคแรก จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไม่ครบถ้วนเพราะจำเลยหลบหนีนั้นถือไม่ได้ว่า เป็นการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เพราะจำเลยยังไม่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดครบตามกำหนดระยะเวลา กรณีนี้ต้องมีการจับตัวจำเลยมารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้ครบถ้วนเสียก่อน เมื่อยังไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ให้ครบถ้วนก่อน แต่ได้นำตัวจำเลยมาส่งฟ้องศาลจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ผู้ติดยาเสพติดหลบหนีจากการควบคุมหรือหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 29 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ก่อนที่จะฟ้องดังที่จำเลยฎีกา ดังนี้ ฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ822/2558
primary_red_case_no
อ2059/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000194.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1963/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560