คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9474/2559 ฉบับเต็ม

#609573
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9474/2559 นายมานะ จุลรัตน์ โจทก์ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 13 ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงาน ระบุว่า "ทางบริษัทฯ (หมายถึงจำเลย) ตกลงให้ค่าตำแหน่งช่างเทคนิค ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. สาขาทางด้านเทคนิค เป็น 50 บาท/วันทำงาน/ทุกตำแหน่ง" จึงหมายความว่าลูกจ้างที่จะได้รับเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิควันละ 50 บาท จะต้องจบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิค โดยจะต้องนำความรู้ทางด้านเทคนิคมาใช้ทำงานให้แก่จำเลยในตำแหน่งช่างเทคนิคหรือในตำแหน่งอื่นที่ต้องใช้ความรู้ดังกล่าว และจะได้รับเงินค่าตำแหน่งเฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น มิใช่จ่ายให้โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน การที่จำเลยโยกย้ายโจทก์จากตำแหน่งช่างเทคนิคไปทำงานในตำแหน่งเสมียนก็เนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานสหภาพแรงงานประสงค์จะไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลา คือ ไม่ต้องทำงานตามหน้าที่ลูกจ้างให้แก่จำเลย ที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลาโดยจ่ายค่าจ้างให้เสมือนโจทก์มาทำงานให้แก่จำเลยจึงนับว่าเป็นคุณแก่โจทก์แล้ว เมื่อการโยกย้ายหน้าที่โจทก์เป็นอำนาจบริหารจัดการของจำเลย ทั้งไม่มีข้อตกลงห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายหน้าที่โจทก์ และการโยกย้ายหน้าที่โจทก์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้ง แม้การทำงานในตำแหน่งเสมียนของโจทก์จะทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าตำแหน่ง แต่โจทก์ก็ยังคงได้รับเงินเดือนและสวัสดิการอื่นเหมือนเดิม กรณีจึงไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือจำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานต่อโจทก์ ___________________________ คดีสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 3449/2551 ของศาลแรงงานกลาง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลางโจทก์ในคดีดังกล่าวขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานกลางอนุญาต คดีจึงมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะสำนวนนี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและได้รับเงินค่าตำแหน่งเช่นเดิมตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และให้จำเลยจ่ายเงินค่าตำแหน่งแก่โจทก์นับแต่วันทำการโยกย้ายและหักเงินค่าตำแหน่งโจทก์วันละ 50 บาท นับแต่วันที่ถูกหักจนกว่าจะงดการหักเงินค่าตำแหน่งของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 โจทก์ในฐานะประธานสหภาพแรงงานกลุ่มเดลต้าอีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้มีหนังสือแจ้งจำเลยถึงรายชื่อกรรมการสหภาพแรงงานดังกล่าว ทั้งแจ้งด้วยว่าโจทก์ในฐานะประธานสหภาพแรงงานต้องทำงานให้แก่สหภาพแรงงานเต็มเวลา จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์ไปประจำส่วนกลางฝ่ายบุคคลในตำแหน่งเสมียน ทำให้ตำแหน่งเดิมของโจทก์คือตำแหน่งช่างเทคนิคต้องว่างลง จำเลยได้ย้ายลูกจ้างคนอื่นไปทำงานตำแหน่งช่างเทคนิคแทนโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า การย้ายดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของจำเลยเพื่อให้งานภายในองค์กรของจำเลยดำเนินต่อไปโดยไม่เสียหาย ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง จำเลยไม่ต้องย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม และเมื่อตำแหน่งใหม่ของโจทก์ไม่มีเงินค่าตำแหน่ง โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องเงินค่าตำแหน่งจากจำเลยได้ ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยต้องโยกย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิค และคืนเงินค่าตำแหน่งให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงานกลุ่มเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า "ทางบริษัทฯ (หมายถึงจำเลย) ตกลงให้ค่าตำแหน่งช่างเทคนิค ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. สาขาทางด้านเทคนิค เป็น 50 บาท/วันทำงาน/ทุกตำแหน่ง" ซึ่งมีความหมายว่าลูกจ้างที่จะได้รับเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิควันละ 50 บาท จะต้องจบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิค โดยจะต้องนำความรู้ทางด้านเทคนิคมาใช้ทำงานให้แก่จำเลยในตำแหน่งช่างเทคนิคหรือในตำแหน่งอื่นที่ต้องใช้ความรู้ดังกล่าว และจะได้รับเงินค่าตำแหน่งเฉพาะในวันที่มาทำงานเท่านั้น มิได้มีความหมายว่าจำเลยจะจ่ายเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิคให้แก่ลูกจ้างที่จบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิคทุกคนโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน ทั้งจำเลยตกลงจ่ายเงินค่าตำแหน่งให้แก่ลูกจ้างเฉพาะในวันที่ลูกจ้างมาทำงานเท่านั้น จึงเป็นการจ่ายเพื่อให้ลูกจ้างเข้าทำงานในหน้าที่ของตนด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุที่จำเลยโยกย้ายโจทก์จากตำแหน่งช่างเทคนิคไปทำงานในตำแหน่งเสมียนก็เนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานสหภาพแรงงานประสงค์ที่จะไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลา คือ ไม่ต้องทำงานตามหน้าที่ลูกจ้างให้แก่จำเลย ซึ่งการที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลาโดยจ่ายค่าจ้างให้เสมือนโจทก์มาทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลย นับได้ว่าเป็นคุณแก่โจทก์อยู่แล้ว การโยกย้ายหน้าที่และการจัดสรรคนให้เหมาะสมกับงานย่อมเป็นอำนาจบริหารจัดการของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงหรือมีสัญญาจ้างแรงงานกำหนดข้อห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายหน้าที่การทำงานของโจทก์ การโยกย้ายหน้าที่โจทก์จึงเป็นไปเพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ดังนี้ การที่จำเลยโยกย้ายให้โจทก์ไปทำงานในตำแหน่งเสมียนซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าตำแหน่ง โดยเงินเดือนและสวัสดิการอื่นที่โจทก์เคยได้รับยังคงเหมือนเดิม กรณีจึงไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือเป็นการกระทำที่ผิดสัญญาจ้างแรงงาน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (บูรณ์ ฐาปนดุลย์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-วาสนา หงส์เจริญ) ศาลแรงงานกลาง - นายสมฤกษ์ โรจนสุพจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.736/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป3448/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป1031/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
609573
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมฤกษ์ โรจนสุพจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081962018"
    }
}
date
2559
deka_no
9474/2559
deka_running_no
9474
deka_year
2559
department
แรงงาน
judges
[
    "บูรณ์ ฐาปนดุลย์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "วาสนา หงส์เจริญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 575"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 13"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมานะ จุลรัตน์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณารวมกับคดีหมายเลขดำที่ 3449/2551 ของศาลแรงงานกลาง ระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลางโจทก์ในคดีดังกล่าวขอถอนฟ้อง ศาลแรงงานกลางอนุญาต คดีจึงมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะสำนวนนี้

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยให้โจทก์ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมและได้รับเงินค่าตำแหน่งเช่นเดิมตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และให้จำเลยจ่ายเงินค่าตำแหน่งแก่โจทก์นับแต่วันทำการโยกย้ายและหักเงินค่าตำแหน่งโจทก์วันละ 50 บาท นับแต่วันที่ถูกหักจนกว่าจะงดการหักเงินค่าตำแหน่งของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2551 โจทก์ในฐานะประธานสหภาพแรงงานกลุ่มเดลต้าอีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้มีหนังสือแจ้งจำเลยถึงรายชื่อกรรมการสหภาพแรงงานดังกล่าว ทั้งแจ้งด้วยว่าโจทก์ในฐานะประธานสหภาพแรงงานต้องทำงานให้แก่สหภาพแรงงานเต็มเวลา จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์ไปประจำส่วนกลางฝ่ายบุคคลในตำแหน่งเสมียน ทำให้ตำแหน่งเดิมของโจทก์คือตำแหน่งช่างเทคนิคต้องว่างลง จำเลยได้ย้ายลูกจ้างคนอื่นไปทำงานตำแหน่งช่างเทคนิคแทนโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า การย้ายดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของจำเลยเพื่อให้งานภายในองค์กรของจำเลยดำเนินต่อไปโดยไม่เสียหาย ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง จำเลยไม่ต้องย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม และเมื่อตำแหน่งใหม่ของโจทก์ไม่มีเงินค่าตำแหน่ง โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องเงินค่าตำแหน่งจากจำเลยได้

ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยต้องโยกย้ายโจทก์กลับไปทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิค และคืนเงินค่าตำแหน่งให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ทำขึ้นระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงานกลุ่มเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า "ทางบริษัทฯ (หมายถึงจำเลย) ตกลงให้ค่าตำแหน่งช่างเทคนิค ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. สาขาทางด้านเทคนิค เป็น 50 บาท/วันทำงาน/ทุกตำแหน่ง" ซึ่งมีความหมายว่าลูกจ้างที่จะได้รับเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิควันละ 50 บาท จะต้องจบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิค โดยจะต้องนำความรู้ทางด้านเทคนิคมาใช้ทำงานให้แก่จำเลยในตำแหน่งช่างเทคนิคหรือในตำแหน่งอื่นที่ต้องใช้ความรู้ดังกล่าว และจะได้รับเงินค่าตำแหน่งเฉพาะในวันที่มาทำงานเท่านั้น มิได้มีความหมายว่าจำเลยจะจ่ายเงินค่าตำแหน่งช่างเทคนิคให้แก่ลูกจ้างที่จบการศึกษาระดับ ปวส. สาขาเทคนิคทุกคนโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน ทั้งจำเลยตกลงจ่ายเงินค่าตำแหน่งให้แก่ลูกจ้างเฉพาะในวันที่ลูกจ้างมาทำงานเท่านั้น จึงเป็นการจ่ายเพื่อให้ลูกจ้างเข้าทำงานในหน้าที่ของตนด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุที่จำเลยโยกย้ายโจทก์จากตำแหน่งช่างเทคนิคไปทำงานในตำแหน่งเสมียนก็เนื่องมาจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานสหภาพแรงงานประสงค์ที่จะไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลา คือ ไม่ต้องทำงานตามหน้าที่ลูกจ้างให้แก่จำเลย ซึ่งการที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ไปดำเนินกิจกรรมสหภาพแรงงานเต็มเวลาโดยจ่ายค่าจ้างให้เสมือนโจทก์มาทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลย นับได้ว่าเป็นคุณแก่โจทก์อยู่แล้ว การโยกย้ายหน้าที่และการจัดสรรคนให้เหมาะสมกับงานย่อมเป็นอำนาจบริหารจัดการของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงหรือมีสัญญาจ้างแรงงานกำหนดข้อห้ามมิให้จำเลยโยกย้ายหน้าที่การทำงานของโจทก์ การโยกย้ายหน้าที่โจทก์จึงเป็นไปเพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ดังนี้ การที่จำเลยโยกย้ายให้โจทก์ไปทำงานในตำแหน่งเสมียนซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าตำแหน่ง โดยเงินเดือนและสวัสดิการอื่นที่โจทก์เคยได้รับยังคงเหมือนเดิม กรณีจึงไม่เป็นการลดค่าจ้างหรือเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือเป็นการกระทำที่ผิดสัญญาจ้างแรงงาน อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายดังที่โจทก์อ้างมาในอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สป3448/2551
primary_red_case_no
สป1031/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000202.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.736/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2559