คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2560 ฉบับเต็ม

#611091
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3540/2560 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางนวน ศรีบุญเรือง จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 264, มาตรา 265, มาตรา 268, มาตรา 269/8, มาตรา 269/9 การที่จำเลยปลอมคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) เพื่อขอออกหนังสือเดินทางหมายเลข H 759XXX แล้วนำคำร้องดังกล่าวไปใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานในการขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อดำเนินการออกหนังสือเดินทางหมายเลขดังกล่าวให้แก่จำเลย โดยใช้หนังสือเดินทางปลอมหมายเลข J 336XXX แสดงประกอบคำร้องขอด้วย ต่อจากนั้นจำเลยปลอมหนังสือเดินทางหมายเลข H 759XXX อันเป็นเอกสารราชการโดยแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหลงเชื่อนำข้อมูลตามคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมเข้าฐานข้อมูลการจัดทำหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล แล้วประมวลผลเป็นรูปเล่มหนังสือเดินทางหมายเลข H 759XXX ต่อมาจำเลยมีหนังสือเดินทางปลอมหมายเลข H 759XXX ดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นว่าจำเลยเป็นผู้มีหรือผู้ถือหนังสือเดินทางฉบับดังกล่าวฉบับที่ถูกต้องแท้จริง เป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงกันโดยมีเจตนาให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ออกหนังสือเดินทางให้แก่จำเลยเป็นหลัก แม้เอกสารที่จำเลยปลอมและใช้จะเป็นเอกสารคนละประเภทกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (15), 91, 264, 265, 268, 269/9 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 265, 269/8, 269/9 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก แต่กระทงเดียวประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 6 เดือน ฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม และฐานใช้เอกสารราชการปลอม เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานปลอมหนังสือเดินทาง และฐานปลอมเอกสารราชการ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท โทษฐานปลอมหนังสือเดินทางเป็นบทหนัก เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมหนังสือเดินทางและมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม ซึ่งตามมาตรา 269/9 วรรคสี่ บัญญัติให้ลงโทษฐานมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/9 วรรคหนึ่ง แต่กระทงเดียวจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานใช้เอกสารปลอม คงจำคุก 3 เดือน ฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม คงจำคุก 6 เดือน ฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 15 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/9 วรรคหนึ่ง เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/9 วรรคสี่ จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์ฎีกา และผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยปลอมคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) เพื่อขอออกหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx หลังจากนั้นนำคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ดังกล่าวไปใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานในการขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ของจำเลยต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้ดำเนินการออกหนังสือเดินทางหมายเลข H 359xxx ให้แก่จำเลย โดยใช้หนังสือเดินทางหมายเลข J 336xxx ปลอมไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อประกอบคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ด้วย ต่อจากนั้นจำเลยปลอมหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx อันเป็นเอกสารราชการโดยแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย หลงเชื่อนำข้อมูลดังกล่าวตามคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมเข้าฐานข้อมูลการจัดทำหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล แล้วประมวลผลออกมาเป็นรูปเล่มหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx ต่อมาจำเลยมีหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx ปลอมไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นว่าจำเลยเป็นผู้มีหรือผู้ถือหนังสือเดินทางฉบับดังกล่าวที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ฉบับที่ถูกต้องแท้จริง เป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงกันโดยมีเจตนาเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ออกหนังสือเดินทางให้แก่จำเลยเป็นหลัก แม้เอกสารที่จำเลยปลอมและใช้จะเป็นเอกสารคนละประเภทกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่หลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 264 วรรคหนึ่ง และ 265 โดยให้ใช้อัตราโทษใหม่แต่กฎหมายที่บัญญัติใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย พิพากษายืน (สมศักดิ์ จันทรา-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) ศาลอาญา - นางสาววิภวา กิจดำรงวินิกุล ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2698/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1018/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1783/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
611091
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางสาววิภวา กิจดำรงวินิกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960455"
    }
}
date
2560
deka_no
3540/2560
deka_running_no
3540
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 264",
            "ม. 265",
            "ม. 268",
            "ม. 269/8",
            "ม. 269/9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนวน ศรีบุญเรือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (15), 91, 264, 265, 268, 269/9

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 265, 269/8, 269/9 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก แต่กระทงเดียวประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 6 เดือน ฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม และฐานใช้เอกสารราชการปลอม เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานปลอมหนังสือเดินทาง และฐานปลอมเอกสารราชการ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท โทษฐานปลอมหนังสือเดินทางเป็นบทหนัก เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมหนังสือเดินทางและมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม ซึ่งตามมาตรา 269/9 วรรคสี่ บัญญัติให้ลงโทษฐานมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมตามมาตรา 269/9 วรรคหนึ่ง แต่กระทงเดียวจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานใช้เอกสารปลอม คงจำคุก 3 เดือน ฐานใช้หนังสือเดินทางปลอม คงจำคุก 6 เดือน ฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 15 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/9 วรรคหนึ่ง เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/9 วรรคสี่ จำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์ฎีกา และผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยปลอมคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) เพื่อขอออกหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx หลังจากนั้นนำคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ดังกล่าวไปใช้แสดงเป็นพยานหลักฐานในการขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ของจำเลยต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้ดำเนินการออกหนังสือเดินทางหมายเลข H 359xxx ให้แก่จำเลย โดยใช้หนังสือเดินทางหมายเลข J 336xxx ปลอมไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อประกอบคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ด้วย ต่อจากนั้นจำเลยปลอมหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx อันเป็นเอกสารราชการโดยแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย หลงเชื่อนำข้อมูลดังกล่าวตามคำร้องขอหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ (ทั่วไป) ซึ่งเป็นเอกสารปลอมเข้าฐานข้อมูลการจัดทำหนังสือเดินทางของกรมการกงสุล แล้วประมวลผลออกมาเป็นรูปเล่มหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx ต่อมาจำเลยมีหนังสือเดินทางหมายเลข H 759xxx ปลอมไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงต่อเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นว่าจำเลยเป็นผู้มีหรือผู้ถือหนังสือเดินทางฉบับดังกล่าวที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ฉบับที่ถูกต้องแท้จริง เป็นการกระทำต่อเนื่องเชื่อมโยงกันโดยมีเจตนาเพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ออกหนังสือเดินทางให้แก่จำเลยเป็นหลัก แม้เอกสารที่จำเลยปลอมและใช้จะเป็นเอกสารคนละประเภทกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่หลายกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 264 วรรคหนึ่ง และ 265 โดยให้ใช้อัตราโทษใหม่แต่กฎหมายที่บัญญัติใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายเดิมซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1018/2558
primary_red_case_no
อ1783/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000189.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2698/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560