คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4354/2560 ฉบับเต็ม

#611277
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4354/2560 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายกิตติศักดิ์หรือศักดิ์ พวงจำปา จำเลย พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาที่มีสิทธิเข้ารับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดหรือเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้นั้น จะต้องไม่ปรากฏว่าต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 ฟังยุติว่า ขณะจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ จำเลยอยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวในคดีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นความผิดที่มีอัตราโทษจำคุก ดังนั้นจำเลยจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด การที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและส่งตัวจำเลยพร้อมสำนวนไปยังพนักงานอัยการฟ้องคดีดังเช่นคดีอื่น จึงเป็นการกระทำโดยชอบแล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 3 เดือน ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาที่มีสิทธิเข้ารับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดหรือเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้นั้นจะต้องไม่ปรากฏว่า ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล คดีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องขออนุญาตฝากขังครั้งที่ 1 ว่า ขณะกระทำผิดคดีนี้จำเลยอยู่ระหว่างปล่อยชั่วคราวในคดีหมายเลขดำที่ ฝ.123/2558 ของศาลชั้นต้น ซึ่งตามสำเนาคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ ฝ. 123/2558 เอกสารแนบท้ายคำร้องดังกล่าวปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 จำเลยถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยจึงต้องหาและอยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกในวันที่กระทำผิดคดีนี้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก จึงเป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง เมื่อขณะกระทำผิดคดีนี้จำเลยอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ารับการฟื้นฟูสมรรภาพผู้ติดยาเสพติด กรณีจึงไม่อาจดำเนินการตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 ได้ การที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจำเลยและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเหมือนอย่างคดีอื่น จึงเป็นการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เพื่อมิให้คดีนี้ต้องล่าช้าเกินสมควร หากศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ จึงเห็นสมควรพิจารณาพิพากษาไปเลยในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติที่จำเลยไม่คัดค้าน ปรากฏว่าจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษตลอดมา จนกระทั่งจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในแหล่งชุมนุมชนอันเป็นการสร้างความเสียหายและเดือดร้อนแก่สังคมโดยรวม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำเลยนั้นชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ปกรณ์ มหรรณพ-สมยศ เข็มทอง-ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางฉันทนา วาพันสุ ศาลอุทธรณ์ - นายสุชิน ต่างงาม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1183/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1228/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1572/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
611277
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นางฉันทนา วาพันสุ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุชิน ต่างงาม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960214"
    }
}
date
2560
deka_no
4354/2560
deka_running_no
4354
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ มหรรณพ",
    "สมยศ เข็มทอง",
    "ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 19 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกิตติศักดิ์หรือศักดิ์ พวงจำปา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 8 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 3 เดือน ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาที่มีสิทธิเข้ารับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดหรือเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้นั้นจะต้องไม่ปรากฏว่า ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล คดีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องขออนุญาตฝากขังครั้งที่ 1 ว่า ขณะกระทำผิดคดีนี้จำเลยอยู่ระหว่างปล่อยชั่วคราวในคดีหมายเลขดำที่ ฝ.123/2558 ของศาลชั้นต้น ซึ่งตามสำเนาคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ ฝ. 123/2558 เอกสารแนบท้ายคำร้องดังกล่าวปรากฏว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2558 จำเลยถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาว่า กระทำผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนและเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยจึงต้องหาและอยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกในวันที่กระทำผิดคดีนี้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก จึงเป็นการคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง เมื่อขณะกระทำผิดคดีนี้จำเลยอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุก จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ารับการฟื้นฟูสมรรภาพผู้ติดยาเสพติด กรณีจึงไม่อาจดำเนินการตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 ได้ การที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจำเลยและส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเหมือนอย่างคดีอื่น จึงเป็นการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เพื่อมิให้คดีนี้ต้องล่าช้าเกินสมควร หากศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ จึงเห็นสมควรพิจารณาพิพากษาไปเลยในประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติที่จำเลยไม่คัดค้าน ปรากฏว่าจำเลยเสพยาเสพติดให้โทษตลอดมา จนกระทั่งจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในแหล่งชุมนุมชนอันเป็นการสร้างความเสียหายและเดือดร้อนแก่สังคมโดยรวม พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำเลยนั้นชอบแล้ว

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1228/2558
primary_red_case_no
อ1572/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000187.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1183/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560