คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2560 ฉบับเต็ม

#611287
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3044/2560 นางรัศมี รามศิริ โจทก์ จ่าเอกนพพร กิจรัตนา ในฐานะพนักงานตรวจแรงงาน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 246 ป.พ.พ. มาตรา 193/3 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษแต่อย่างใด ดังนั้นการนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลาอันเป็นบทบัญญัติทั่วไป โดยมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อโจทก์ได้รับทราบคำสั่งของจำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2554 โจทก์ไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว โจทก์จะต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยต้องเริ่มนับระยะเวลาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2554 เป็นต้นไป ตามนัยบทบัญญัติมาตรา 193/3 วรรคสอง ดังกล่าว การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 จึงเป็นการที่โจทก์ไม่นำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 246 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 12/2554 ลงวันที่ 1 เมษายน 2554 จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทราบคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานในวันที่ 9 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการ แล้ววินิจฉัยว่า การนับระยะเวลาจึงต้องนับวันที่เริ่มทำงานใหม่วันที่ 11 เมษายน 2554 เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง และคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานชอบด้วยกฎหมายแล้ว คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประการแรกเสียก่อนว่า โจทก์นำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายที่มีความมุ่งหมายคุ้มครองการใช้แรงงานอย่างเป็นธรรมและมีบทบัญญัติในการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะก็ตาม แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษแต่อย่างใด ดังนั้นการนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลาอันเป็นบทบัญญัติทั่วไป โดยมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการที่ 12/2554 และโจทก์ได้รับทราบคำสั่งของจำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2554 ถ้าโจทก์ไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว โจทก์จะต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยต้องเริ่มนับระยะเวลาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2554 เป็นต้นไป ตามนัยบทบัญญัติมาตรา 193/3 วรรคสอง ดังกล่าว และจะครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต่อศาลแรงงานภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 มิใช่วันหยุดราชการ การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 จึงเป็นการที่โจทก์ไม่นำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า วันที่ 9 เมษายน 2554 เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดทำการตามประกาศเป็นทางการ ดังนั้นให้นับวันที่เริ่มทำงานใหม่ คือวันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2554 เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา เมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ต่อศาลในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 กรณีจึงเป็นการยื่นคำฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้วนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เมื่อได้ความดังนี้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (เกียรติพงศ์ อมาตยกุล-วิชัย เอื้ออังคณากุล-รังสรรค์ กุลาเลิศ) ศาลแรงงานกลาง - นายชาตรี ซุยยังกูร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.218/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป322/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป621/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
611287
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายชาตรี ซุยยังกูร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960683"
    }
}
date
2560
deka_no
3044/2560
deka_running_no
3044
deka_year
2560
department
แรงงาน
judges
[
    "เกียรติพงศ์ อมาตยกุล",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "รังสรรค์ กุลาเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 246"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 125"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางรัศมี รามศิริ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "จ่าเอกนพพร กิจรัตนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ในฐานะพนักงานตรวจแรงงาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 12/2554 ลงวันที่ 1 เมษายน 2554

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทราบคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานในวันที่ 9 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการ แล้ววินิจฉัยว่า การนับระยะเวลาจึงต้องนับวันที่เริ่มทำงานใหม่วันที่ 11 เมษายน 2554 เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง และคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประการแรกเสียก่อนว่า โจทก์นำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เป็นกฎหมายที่มีความมุ่งหมายคุ้มครองการใช้แรงงานอย่างเป็นธรรมและมีบทบัญญัติในการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะก็ตาม แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษแต่อย่างใด ดังนั้นการนับระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 ลักษณะ 5 เรื่องระยะเวลาอันเป็นบทบัญญัติทั่วไป โดยมาตรา 193/3 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการที่ 12/2554 และโจทก์ได้รับทราบคำสั่งของจำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานในวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2554 ถ้าโจทก์ไม่พอใจคำสั่งดังกล่าว โจทก์จะต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยต้องเริ่มนับระยะเวลาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2554 เป็นต้นไป ตามนัยบทบัญญัติมาตรา 193/3 วรรคสอง ดังกล่าว และจะครบกำหนด 30 วัน ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต่อศาลแรงงานภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 มิใช่วันหยุดราชการ การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 จึงเป็นการที่โจทก์ไม่นำคดีไปสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า วันที่ 9 เมษายน 2554 เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดทำการตามประกาศเป็นทางการ ดังนั้นให้นับวันที่เริ่มทำงานใหม่ คือวันจันทร์ที่ 11 เมษายน 2554 เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา เมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ต่อศาลในวันที่ 10 พฤษภาคม 2554 กรณีจึงเป็นการยื่นคำฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้วนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5), 246 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เมื่อได้ความดังนี้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สป322/2554
primary_red_case_no
สป621/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000191.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.218/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560