คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2560 ฉบับเต็ม

#611874
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2560 นายปรัชญา ธนสมบูรณ์ กับพวก โจทก์ บริษัท ไทยนันเฟอรัส เมทัล จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 173, มาตรา 174, มาตรา 174 วรรคสอง ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 193 ทวิ ป.วิ.พ. มาตรา 27 คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ทั้งสี่ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ตาม ป.อ. มาตรา 83, 173 และ 174 ซึ่งความผิดดังกล่าวตามมาตรา 174 วรรคสอง มีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ จึงเป็นการสั่งที่ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายมาตราดังกล่าว ถือได้ว่าการมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่และมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 173 และ 174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงไม่รับอุทธรณ์ โดยไม่ได้แจ้งคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสี่ทราบ โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ จนวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 โจทก์ทั้งสี่ขอตรวจสำนวนจึงทราบว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ ต่อมาวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ อ้างว่าคดีของโจทก์ทั้งสี่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอน ให้ยกคำร้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่แล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ทั้งสี่ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 173 และ 174 ซึ่งความผิดดังกล่าวตามมาตรา 174 วรรคสอง มีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายมาตราดังกล่าว ถือได้ว่าการมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่และมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ และมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป (เทพ อิงคสิทธิ์-นิพนธ์ ใจสำราญ-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายวิรัช ไตรพิทยากุล ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3353/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ7466/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1923/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
611874
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นายวิรัช ไตรพิทยากุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายศักดิ์สิทธิ์ จิระพรวัชรานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960914"
    }
}
date
2560
deka_no
2255/2560
deka_running_no
2255
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "เทพ อิงคสิทธิ์",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 173",
            "ม. 174 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 193 ทวิ"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายปรัชญา ธนสมบูรณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ไทยนันเฟอรัส เมทัล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 173 และ 174 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 ว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงไม่รับอุทธรณ์ โดยไม่ได้แจ้งคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งสี่ทราบ โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ทราบคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ จนวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 โจทก์ทั้งสี่ขอตรวจสำนวนจึงทราบว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ ต่อมาวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 โจทก์ทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ อ้างว่าคดีของโจทก์ทั้งสี่ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอน ให้ยกคำร้อง

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่แล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ทั้งสี่ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 173 และ 174 ซึ่งความผิดดังกล่าวตามมาตรา 174 วรรคสอง มีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายมาตราดังกล่าว ถือได้ว่าการมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ได้รับความเสียหาย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่และมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ และมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสี่ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
อ7466/2556
primary_red_case_no
อ1923/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000193.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3353/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560