คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4142/2560 ฉบับเต็ม

#614654
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4142/2560 นายธนากรหรือธวัช เกียรติเลิศพงศา โจทก์ นางลิลี่ เกียรติเลิศพงศา โจทก์ร่วม นางลี่หรือนางสาวจุฑารัตน์ เกียรติเลิศพงศาหรือ เทพสุธาหรือกันทาธรรม จำเลย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 162 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลย 3,600,000 บาท และต่อไปอีกเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าคดีถึงที่สุด การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นเดือนละ 50,000 บาท โดยอาศัย พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 162 วรรคหนึ่ง นั้น ไม่อาจทำได้เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งคุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษา จึงกำหนดมาตรการขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันว่า เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะได้รับชำระจริง หาใช่เพื่อกำหนดวิธีการชำระหนี้เป็นก้อนหรือผ่อนชำระให้แตกต่างไปจากคำพิพากษาอันถึงที่สุดไม่ โจทก์มีหน้าที่ตามคำบังคับที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าว ___________________________ กรณีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืน ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลย 3,600,000 บาท และต่อไปอีกเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าคดีถึงที่สุด จำเลยขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับ โจทก์ยื่นคำร้องขอชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยตามคำพิพากษาเป็นรายเดือน เดือนละ 50,000 บาท จนกว่าจะครบ เนื่องจากโจทก์ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรและมีภาระค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละเดือน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดแล้ว คู่ความต้องปฏิบัติตามโจทก์ไม่อาจมาร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกาได้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 162 เป็นบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษา จึงกำหนดมาตรการขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะได้รับชำระจริง หาใช่เพื่อกำหนดวิธีการชำระหนี้เป็นก้อนหรือผ่อนชำระให้แตกต่างไปจากคำพิพากษาอันถึงที่สุดไม่ นอกจากนี้ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีนี้โจทก์โต้แย้งตลอดมาว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้เสนอข้อกำหนดเงื่อนไขในการชำระอุปการะเลี้ยงดูเป็นรายเดือนแก่จำเลย โดยโจทก์ปฏิเสธตลอดมาว่าจำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาให้โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่า โจทก์สมควรชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู โดยโจทก์ผ่อนชำระเดือนละ 50,000 บาท แก่จำเลย ตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด โจทก์ฎีกาขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเดือนละ 50,000 บาท เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์ย่อมมีหน้าที่ตามคำบังคับที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เห็นควรสั่งให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-พิศล พิรุณ-จิรนิติ หะวานนท์) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี - นายวันชัย โสภาโชติ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยชพ.99/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ45/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ107/2542 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
614654
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายวันชัย โสภาโชติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว",
        "judge": "นายไมตรี ศิริเมธารักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960324"
    }
}
date
2560
deka_no
4142/2560
deka_running_no
4142
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "พิศล พิรุณ",
    "จิรนิติ หะวานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553",
        "sections": [
            "ม. 162 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายธนากรหรือธวัช เกียรติเลิศพงศา"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางลิลี่ เกียรติเลิศพงศา"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางลี่หรือนางสาวจุฑารัตน์ เกียรติเลิศพงศาหรือ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เทพสุธาหรือกันทาธรรม"
    }
]
long_text
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษายืน ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลย 3,600,000 บาท และต่อไปอีกเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าคดีถึงที่สุด

จำเลยขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับ

โจทก์ยื่นคำร้องขอชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยตามคำพิพากษาเป็นรายเดือน เดือนละ 50,000 บาท จนกว่าจะครบ เนื่องจากโจทก์ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรและมีภาระค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละเดือน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดแล้ว คู่ความต้องปฏิบัติตามโจทก์ไม่อาจมาร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกาได้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 162 เป็นบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำพิพากษา จึงกำหนดมาตรการขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะได้รับชำระจริง หาใช่เพื่อกำหนดวิธีการชำระหนี้เป็นก้อนหรือผ่อนชำระให้แตกต่างไปจากคำพิพากษาอันถึงที่สุดไม่ นอกจากนี้ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีนี้โจทก์โต้แย้งตลอดมาว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้เสนอข้อกำหนดเงื่อนไขในการชำระอุปการะเลี้ยงดูเป็นรายเดือนแก่จำเลย โดยโจทก์ปฏิเสธตลอดมาว่าจำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลย เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาให้โจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยว่า โจทก์สมควรชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู โดยโจทก์ผ่อนชำระเดือนละ 50,000 บาท แก่จำเลย ตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด โจทก์ฎีกาขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเดือนละ 50,000 บาท เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์ย่อมมีหน้าที่ตามคำบังคับที่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เห็นควรสั่งให้ถูกต้อง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ45/2542
primary_red_case_no
พ107/2542
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000188.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยชพ.99/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560