คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2560 ฉบับเต็ม

#615194
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2560 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูเพียง โจทก์ นายพร พรมถานา ผู้ต้องหา พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของพนักงานสอบสวนที่ร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ไม่ใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ดังนี้ เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองครั้งจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จะพิจารณาคดี การที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/60) ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และมีเมทแอมเฟตามีนครึ่งเม็ดไว้ในครอบครอง แต่ในชั้นสอบสวนปรากฏว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ด ให้แก่ผู้อื่นด้วย ผู้ร้องจึงแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาว่า เสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนครึ่งเม็ดไว้ในครอบครองและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ด หลังจากนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาหลายครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาผู้ร้องเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาและได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดน่านเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว แต่พนักงานอัยการจังหวัดน่านส่งสำนวนการสอบสวนคืนมายังผู้ร้องเนื่องจากกรณีของผู้ต้องหาเข้าเงื่อนไขที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 ขอให้มีคำสั่งส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาพร้อมกับการยื่นคำร้อง ให้ยกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องทำนองเดียวกับคำร้องดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดและไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นที่เกิดจากตัวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งสองคำสั่ง ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองครั้งจึงมิใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ดังนี้ เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ต่อไป (ปกรณ์ มหรรณพ-วิวรรต นิ่มละมัย-นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดน่าน - นายปวีณ ปิ่นประยงค์ ศาลอุทธรณ์ - นายขจรเดช คงแสงชู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1960/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ฟ294/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
615194
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดน่าน",
        "judge": "นายปวีณ ปิ่นประยงค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายขจรเดช คงแสงชู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959984"
    }
}
date
2560
deka_no
4974/2560
deka_running_no
4974
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ มหรรณพ",
    "วิวรรต นิ่มละมัย",
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 19"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูเพียง"
    },
    {
        "role": "ผู้ต้องหา",
        "name": "นายพร พรมถานา"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 7 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และมีเมทแอมเฟตามีนครึ่งเม็ดไว้ในครอบครอง แต่ในชั้นสอบสวนปรากฏว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ด ให้แก่ผู้อื่นด้วย ผู้ร้องจึงแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาว่า เสพเมทแอมเฟตามีน มีเมทแอมเฟตามีนครึ่งเม็ดไว้ในครอบครองและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 3 เม็ด หลังจากนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาหลายครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาผู้ร้องเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาและได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดน่านเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว แต่พนักงานอัยการจังหวัดน่านส่งสำนวนการสอบสวนคืนมายังผู้ร้องเนื่องจากกรณีของผู้ต้องหาเข้าเงื่อนไขที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 ขอให้มีคำสั่งส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามาพร้อมกับการยื่นคำร้อง ให้ยกคำร้อง

ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องทำนองเดียวกับคำร้องดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องเกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดและไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นที่เกิดจากตัวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งสองคำสั่ง

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองครั้งจึงมิใช่คำสั่งในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ดังนี้ เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิจารณาพิพากษาอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิจารณาพิพากษาอุทธรณ์ของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
ฟ294/2558
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000185.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1960/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560