คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2560 ฉบับเต็ม

#615341
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2560 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา โจทก์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดพัทยา ผู้ร้อง นางสาวอรพินทร์ เพ็ชรสันทัดหรือเพชรสันทัด จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 119 ป.วิ.พ. มาตรา 271 ป.พ.พ. มาตรา 379 ความรับผิดตามสัญญาประกันเป็นความรับผิดทางแพ่ง และค่าปรับที่ศาลสั่งให้ผู้ประกันชำระกรณีผิดสัญญาประกันก็เข้าลักษณะเป็นเบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 ดังนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกัน และออกหมายแจ้งคำสั่งให้ผู้ประกันชำระค่าปรับภายใน 30 วัน การที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิบังคับคดีย่อมต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 271 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หาใช่ว่าจะมีสิทธิขอบังคับคดีเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีเวลาจำกัด ___________________________ กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ให้ปรับผู้ประกันฐานผิดสัญญาไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาลในชั้นฝากขังตามสัญญาประกันลงวันที่ 27 มิถุนายน 2545 เต็มวงเงิน 30,000 บาท วันที่ 13 สิงหาคม 2545 ผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งศาลชั้นต้น และของดหรือลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ลดค่าปรับให้คงปรับเป็นเงิน 5,000 บาท แต่ผู้ประกันไม่ชำระ วันที่ 23 สิงหาคม 2545 โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันเดียวกันให้จำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว วันที่ 20 ธันวาคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ศาลชั้นต้นตั้งคณะทำงานปลดทำลายสำนวนและเอกสาร เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจพบว่า คดีนี้ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ผู้ประกัน จึงส่งสำนวนให้งานบังคับคดีตรวจสอบ ปรากฏว่าล่วงเลยระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี แล้ว ผู้ร้องเห็นว่า มีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัย จึงขอให้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีออกไปอีก 3 ปี นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า เหตุที่ผู้ร้องไม่อาจบังคับคดีผู้ประกันได้ภายในเวลาที่กำหนด เกิดขึ้นในส่วนงานของผู้ร้องเอง กรณีจึงไม่มีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า การบังคับคดีตามสัญญาประกันตามคำร้องเป็นกระบวนการพิจารณาทางอาญาโดยแท้ ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ประกันจึงมีสิทธิขอบังคับคดีเอาจากหลักประกันเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องอยู่ในบังคับเวลาสิบปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น เห็นว่า ความรับผิดตามสัญญาประกันเป็นความรับผิดทางแพ่ง และค่าปรับที่ศาลสั่งให้ผู้ประกันชำระกรณีผิดสัญญาประกันก็เข้าลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ดังนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกัน และออกหมายแจ้งคำสั่งให้ผู้ประกันชำระค่าปรับภายใน 30 วัน การที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิบังคับคดีย่อมต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หาใช่ว่าจะมีสิทธิขอบังคับคดีเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีเวลาจำกัดดังที่ผู้ร้องฎีกา ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกา กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ร้องจะขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีตามสัญญาประกันนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้โดยชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง พิพากษายืน (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-จักษ์ชัย เยพิทักษ์-รังสรรค์ กุลาเลิศ) ศาลจังหวัดพัทยา - นายอายุกร บุญอากาศ ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.268/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5213/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5151/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
615341
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายอายุกร บุญอากาศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสิทธิพร บุญยฤทธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959607"
    }
}
date
2560
deka_no
6506/2560
deka_running_no
6506
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "จักษ์ชัย เยพิทักษ์",
    "รังสรรค์ กุลาเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 119"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 379"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดพัทยา"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดพัทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรพินทร์ เพ็ชรสันทัดหรือเพชรสันทัด"
    }
]
long_text
กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ให้ปรับผู้ประกันฐานผิดสัญญาไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาลในชั้นฝากขังตามสัญญาประกันลงวันที่ 27 มิถุนายน 2545 เต็มวงเงิน 30,000 บาท วันที่ 13 สิงหาคม 2545 ผู้ประกันนำตัวจำเลยมาส่งศาลชั้นต้น และของดหรือลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ลดค่าปรับให้คงปรับเป็นเงิน 5,000 บาท แต่ผู้ประกันไม่ชำระ วันที่ 23 สิงหาคม 2545 โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันเดียวกันให้จำคุกจำเลย 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว

วันที่ 20 ธันวาคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 ศาลชั้นต้นตั้งคณะทำงานปลดทำลายสำนวนและเอกสาร เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจพบว่า คดีนี้ยังไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ผู้ประกัน จึงส่งสำนวนให้งานบังคับคดีตรวจสอบ ปรากฏว่าล่วงเลยระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี แล้ว ผู้ร้องเห็นว่า มีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัย จึงขอให้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีออกไปอีก 3 ปี นับแต่วันครบกำหนด

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า เหตุที่ผู้ร้องไม่อาจบังคับคดีผู้ประกันได้ภายในเวลาที่กำหนด เกิดขึ้นในส่วนงานของผู้ร้องเอง กรณีจึงไม่มีพฤติการณ์พิเศษและเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่า การบังคับคดีตามสัญญาประกันตามคำร้องเป็นกระบวนการพิจารณาทางอาญาโดยแท้ ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ประกันจึงมีสิทธิขอบังคับคดีเอาจากหลักประกันเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องอยู่ในบังคับเวลาสิบปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น เห็นว่า ความรับผิดตามสัญญาประกันเป็นความรับผิดทางแพ่ง และค่าปรับที่ศาลสั่งให้ผู้ประกันชำระกรณีผิดสัญญาประกันก็เข้าลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ดังนั้น เมื่อศาลมีคำสั่งปรับผู้ประกัน และออกหมายแจ้งคำสั่งให้ผู้ประกันชำระค่าปรับภายใน 30 วัน การที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิบังคับคดีย่อมต้องอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ซึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง หาใช่ว่าจะมีสิทธิขอบังคับคดีเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีเวลาจำกัดดังที่ผู้ร้องฎีกา ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกา กรณีมีเหตุสุดวิสัยที่ผู้ร้องจะขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีตามสัญญาประกันนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้โดยชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5213/2545
primary_red_case_no
อ5151/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000182.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.268/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560