คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8324/2560 ฉบับเต็ม

#616678
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8324/2560 นายอภิชาติ ศิลปอาชา กับพวก โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 175, มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 175 ไม่ได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี เป็นการใช้สิทธิขอถอนฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคหนึ่ง ศาลมีอำนาจสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่จำต้องฟังจำเลยที่ 2 ก่อน แม้จำเลยที่ 2 จะยื่นคำคัดค้านคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ แต่คำคัดค้านมิใช่คำให้การตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ยกเลิกคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จดทะเบียนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและให้จำเลยที่ 2 ทำหนังสือยกเลิกคำขอเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประธานหรือเลขาธิการสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะกรรมและโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) และ (3) มาพร้อมคำฟ้อง ระหว่างไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ด โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 อ้างว่า เพื่อให้การไต่สวนและการพิจารณาดำเนินต่อไป มีประเด็นน้อยลง และลดความยุ่งยากในการพิจารณาคดี จำเลยที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยที่ 2 ไม่มีโอกาสนำเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 (ที่ถูก ต้องสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดสำหรับจำเลยที่ 2 ด้วย) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการถอนฟ้องให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะถอนฟ้องเมื่อไม่ต้องการดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป โดยบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยทราบแต่อย่างใด เพียงแต่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขว่า ในกรณีโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ห้ามมิให้ศาลให้อนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อนเท่านั้น และการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องก็ได้ตามที่เห็นสมควร แม้จำเลยจะคัดค้านก็ตาม ทั้งนี้ โดยศาลต้องพิจารณาถึงความสุจริตในการดำเนินคดีของโจทก์และความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันในเชิงคดีด้วย เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในทางพิจารณาว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี อันถือเป็นการใช้สิทธิขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคหนึ่ง ซึ่งโจทก์สามารถกระทำได้ด้วยการยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล และศาลก็มีอำนาจสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่จำต้องฟังจำเลยที่ 2 ก่อน แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะยื่นคำคัดค้านคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ ตั้งประเด็นต่อสู้คดีไว้ในคำคัดค้านก็ตาม เนื่องจากคำคัดค้านดังกล่าวมิใช่คำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำพิพากษาฎีกาซึ่งจำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างมีรูปเรื่องและข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ไม่อาจนำมารับฟัง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-วัฒนา วิทยกุล-สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ) ศาลแพ่ง - นายอุทัย พิศวง ศาลอุทธรณ์ - นายสาโรช ทาสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1396/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5594/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ492/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
616678
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอุทัย พิศวง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสาโรช ทาสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958908"
    }
}
date
2560
deka_no
8324/2560
deka_running_no
8324
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "วัฒนา วิทยกุล",
    "สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 175",
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอภิชาติ ศิลปอาชา กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ยกเลิกคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จดทะเบียนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและให้จำเลยที่ 2 ทำหนังสือยกเลิกคำขอเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประธานหรือเลขาธิการสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม ให้พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นโมฆะกรรมและโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) และ (3) มาพร้อมคำฟ้อง

ระหว่างไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ด โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 อ้างว่า เพื่อให้การไต่สวนและการพิจารณาดำเนินต่อไป มีประเด็นน้อยลง และลดความยุ่งยากในการพิจารณาคดี จำเลยที่ 2 ยื่นคำคัดค้านว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทำให้จำเลยที่ 2 ไม่มีโอกาสนำเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาล

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 (ที่ถูก ต้องสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดสำหรับจำเลยที่ 2 ด้วย)

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการถอนฟ้องให้สิทธิแก่โจทก์ที่จะถอนฟ้องเมื่อไม่ต้องการดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป โดยบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุให้โจทก์ต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยทราบแต่อย่างใด เพียงแต่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขว่า ในกรณีโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ห้ามมิให้ศาลให้อนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อนเท่านั้น และการสั่งคำร้องขอถอนฟ้องเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องก็ได้ตามที่เห็นสมควร แม้จำเลยจะคัดค้านก็ตาม ทั้งนี้ โดยศาลต้องพิจารณาถึงความสุจริตในการดำเนินคดีของโจทก์และความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันในเชิงคดีด้วย เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงในทางพิจารณาว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในระหว่างการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว โดยจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดี อันถือเป็นการใช้สิทธิขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคหนึ่ง ซึ่งโจทก์สามารถกระทำได้ด้วยการยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล และศาลก็มีอำนาจสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่จำต้องฟังจำเลยที่ 2 ก่อน แม้ว่าจำเลยที่ 2 จะยื่นคำคัดค้านคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์ ตั้งประเด็นต่อสู้คดีไว้ในคำคัดค้านก็ตาม เนื่องจากคำคัดค้านดังกล่าวมิใช่คำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดถอนฟ้องจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว คำพิพากษาฎีกาซึ่งจำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างมีรูปเรื่องและข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ไม่อาจนำมารับฟัง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5594/2557
primary_red_case_no
พ492/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000176.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1396/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560