คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6950/2560 ฉบับเต็ม

#616698
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6950/2560 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โจทก์ บริษัทบ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30 การที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยขุดน้ำบาดาลไปใช้ในกิจการของจำเลย และจำเลยต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย หาใช่สัญญาซื้อขายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิได้กำหนดอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 หาใช่อายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,380,034.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นข้อยุติว่า จำเลยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์และได้รับอนุญาต โดยขอต่อใบอนุญาตเรื่อยมาจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2547 หลังจากนั้นจำเลยค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับตลอดมา โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้รีบนำค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลมาชำระโจทก์หลายครั้ง จำเลยรับหนังสือแจ้งแต่กลับเพิกเฉย เป็นเหตุให้ต้นเงินที่ค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับรวมเป็นเงินตามฟ้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีฐานะเป็นกรม มีอำนาจรับผิดชอบดูแลเรื่องน้ำบาดาลโดยตรงตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 เจ้าหน้าที่ควบคุมการดูแลบริหารการอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลด้วยการขุดเจาะตลอดจนถึงการบำรุงรักษาควบคุมการใช้น้ำบาดาล บุคคลใดก็ตามจะกระทำการขุดเจาะใช้น้ำบาดาลโดยพลการไม่ได้ การใช้น้ำบาดาลในท้องที่ใดต้องขออนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์ เมื่อโจทก์ตรวจสอบแล้วเห็นควรอนุญาตก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้น้ำบาดาลเป็นกรณีและมีระยะเวลาจำกัด เมื่อครบกำหนดผู้ขอใช้น้ำบาดาลต้องยื่นคำขอต่อใบอนุญาตขุดเจาะน้ำบาดาลเป็นรายปี โดยต้องปฏิบัติตามหลักการ กฎระเบียบ ข้อบังคับของโจทก์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ผู้ขอต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดและต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลแก่โจทก์ตามเงื่อนไขและกฎระเบียบที่โจทก์วางไว้หรือแก้ไขเพิ่มเติมทุกประการ การที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยขุดน้ำบาดาลไปใช้ในกิจการของจำเลยและจำเลยต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย หาใช่สัญญาซื้อขายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิได้กำหนดอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 หาใช่อายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย-ชัยเจริญ ดุษฎีพร) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวสุนทรี กลึงกระจ่าง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัณฑิต รชตะนันทน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สวพ.251/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ499/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ24/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
616698
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นางสาวสุนทรี กลึงกระจ่าง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายบัณฑิต รชตะนันทน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959385"
    }
}
date
2560
deka_no
6950/2560
deka_running_no
6950
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย",
    "ชัยเจริญ ดุษฎีพร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมทรัพยากรน้ำบาดาล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบ้านแพน เอนจิเนียริ่ง แอนด์ โฮลดิ้ง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,645,231.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,380,034.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นข้อยุติว่า จำเลยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์และได้รับอนุญาต โดยขอต่อใบอนุญาตเรื่อยมาจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2547 หลังจากนั้นจำเลยค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับตลอดมา โจทก์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยให้รีบนำค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลมาชำระโจทก์หลายครั้ง จำเลยรับหนังสือแจ้งแต่กลับเพิกเฉย เป็นเหตุให้ต้นเงินที่ค้างชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและค่าปรับรวมเป็นเงินตามฟ้อง

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมีฐานะเป็นกรม มีอำนาจรับผิดชอบดูแลเรื่องน้ำบาดาลโดยตรงตามพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 เจ้าหน้าที่ควบคุมการดูแลบริหารการอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลด้วยการขุดเจาะตลอดจนถึงการบำรุงรักษาควบคุมการใช้น้ำบาดาล บุคคลใดก็ตามจะกระทำการขุดเจาะใช้น้ำบาดาลโดยพลการไม่ได้ การใช้น้ำบาดาลในท้องที่ใดต้องขออนุญาตใช้น้ำบาดาลต่อโจทก์ เมื่อโจทก์ตรวจสอบแล้วเห็นควรอนุญาตก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอใช้น้ำบาดาลเป็นกรณีและมีระยะเวลาจำกัด เมื่อครบกำหนดผู้ขอใช้น้ำบาดาลต้องยื่นคำขอต่อใบอนุญาตขุดเจาะน้ำบาดาลเป็นรายปี โดยต้องปฏิบัติตามหลักการ กฎระเบียบ ข้อบังคับของโจทก์ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ผู้ขอต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดและต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลแก่โจทก์ตามเงื่อนไขและกฎระเบียบที่โจทก์วางไว้หรือแก้ไขเพิ่มเติมทุกประการ การที่โจทก์อนุญาตให้จำเลยขุดน้ำบาดาลไปใช้ในกิจการของจำเลยและจำเลยต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย หาใช่สัญญาซื้อขายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิได้กำหนดอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 หาใช่อายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ499/2556
primary_red_case_no
พ24/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000180.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สวพ.251/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560