คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7480/2560 ฉบับเต็ม

#617364
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7480/2560 นายกร โรจนะญาธร โจทก์ นางสาววัชรี ขวัญดำ ในฐานะ พนักงานตรวจแรงงาน กับพวก จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30, มาตรา 67 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน..." อันเป็นบทกำหนดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ที่ทำให้ลูกจ้างเกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับการทำงานปีแรกได้เมื่อทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี ลูกจ้างจะเกิดสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนของระยะเวลาการทำงานได้เมื่อนายจ้างกำหนดหรือตกลงให้ตามมาตรา 30 วรรคสี่ แม้ข้อเท็จจริงในคดีนี้จะได้ความว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด แต่เมื่อโจทก์ทำงานให้แก่จำเลยที่ 2 ยังไม่ครบหนึ่งปีในปีแรกของการทำงาน ทั้งจำเลยที่ 2 ไม่ได้กำหนดหรือตกลงให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปีโดยให้คำนวณตามส่วนของระยะเวลาการทำงาน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ยังไม่เกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์จึงไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ที่จะทำให้จำเลยที่ 2 ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3/2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 และบังคับให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10,083.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กับเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุกระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ อัตราค่าจ้างเดือนละ 55,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของทุกเดือน โจทก์ทำงานกับจำเลยที่ 2 ติดต่อกันจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 รวมเป็นเวลาทำงานกับจำเลยที่ 2 ทั้งสิ้น 11 เดือน 3 วัน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 จำเลยที่ 2 มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลในวันเดียวกัน โดยระบุสาเหตุเลิกจ้างว่าจำเลยที่ 2 มีการปรับโครงสร้างบริหารงานใหม่เพื่อให้สอดรับกับนโยบายด้านการขยายตลาดไปต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการยุบตำแหน่งงานของลูกจ้างตามโครงสร้างการบริหารงานใหม่ จำเลยที่ 2 มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดเกี่ยวกับสิทธิในการหยุดพักผ่อนประจำปีว่า พนักงานซึ่งทำงานครบ 1 ปี จึงจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วัน ตามกฎระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยที่ 2 ข้อ 5.1.3.1 จำเลยที่ 2 ปิดประกาศกฎระเบียบข้อบังคับดังกล่าวให้ลูกจ้างรับทราบทั่วกันแล้ว ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 โจทก์ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 1 ในฐานะพนักงานตรวจแรงงานว่า จำเลยที่ 2 ค้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10,083.33 บาท จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงแล้วมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3/2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 โจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2558 แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยที่ 2 ยังไม่ครบหนึ่งปี จึงไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี แม้จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 แต่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างและจะได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือไม่ เพียงใด ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 ด้วย เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 และตามกฎระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 การที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากจำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน..." อันเป็นบทกำหนดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ที่ทำให้ลูกจ้างเกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับการทำงานปีแรกได้เมื่อทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี ลูกจ้างจะเกิดสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนของระยะเวลาการทำงานได้เมื่อนายจ้างกำหนดหรือตกลงให้ตามมาตรา 30 วรรคสี่ แม้ข้อเท็จจริงในคดีนี้จะได้ความว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด แต่เมื่อโจทก์ทำงานให้แก่จำเลยที่ 2 ยังไม่ครบหนึ่งปีในปีแรกของการทำงาน ทั้งจำเลยที่ 2 ไม่ได้กำหนดหรือตกลงให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปีโดยให้คำนวณตามส่วนของระยะเวลาการทำงาน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ยังไม่เกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์จึงไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ที่จะทำให้จำเลยที่ 2 ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 คำสั่งของจำเลยที่ 1 และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่ไม่ให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามฟ้องแก่โจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ทวีป ตันสวัสดิ์-ธีระพงศ์ จิระภาค-ปกรณ์ สุวรรณพรหมา) ศาลแรงงานกลาง - นางนฤมล รัตนไพศาล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2340/2558 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สค34/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สค114/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
617364
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางนฤมล รัตนไพศาล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959263"
    }
}
date
2560
deka_no
7480/2560
deka_running_no
7480
deka_year
2560
department
แรงงาน
judges
[
    "ทวีป ตันสวัสดิ์",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ปกรณ์ สุวรรณพรหมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 67"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกร โรจนะญาธร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาววัชรี ขวัญดำ ในฐานะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พนักงานตรวจแรงงาน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3/2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 และบังคับให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10,083.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กับเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุกระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายจัดหาวัตถุดิบ อัตราค่าจ้างเดือนละ 55,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของทุกเดือน โจทก์ทำงานกับจำเลยที่ 2 ติดต่อกันจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 รวมเป็นเวลาทำงานกับจำเลยที่ 2 ทั้งสิ้น 11 เดือน 3 วัน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 จำเลยที่ 2 มีหนังสือเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลในวันเดียวกัน โดยระบุสาเหตุเลิกจ้างว่าจำเลยที่ 2 มีการปรับโครงสร้างบริหารงานใหม่เพื่อให้สอดรับกับนโยบายด้านการขยายตลาดไปต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการยุบตำแหน่งงานของลูกจ้างตามโครงสร้างการบริหารงานใหม่ จำเลยที่ 2 มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดเกี่ยวกับสิทธิในการหยุดพักผ่อนประจำปีว่า พนักงานซึ่งทำงานครบ 1 ปี จึงจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วัน ตามกฎระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยที่ 2 ข้อ 5.1.3.1 จำเลยที่ 2 ปิดประกาศกฎระเบียบข้อบังคับดังกล่าวให้ลูกจ้างรับทราบทั่วกันแล้ว ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 โจทก์ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 1 ในฐานะพนักงานตรวจแรงงานว่า จำเลยที่ 2 ค้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10,083.33 บาท จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงแล้วมีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 3/2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2558 โจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2558 แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยที่ 2 ยังไม่ครบหนึ่งปี จึงไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี แม้จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 แต่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างและจะได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือไม่ เพียงใด ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 ด้วย เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 และตามกฎระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 การที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากจำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงาน..." อันเป็นบทกำหนดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ที่ทำให้ลูกจ้างเกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับการทำงานปีแรกได้เมื่อทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี ลูกจ้างจะเกิดสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนของระยะเวลาการทำงานได้เมื่อนายจ้างกำหนดหรือตกลงให้ตามมาตรา 30 วรรคสี่ แม้ข้อเท็จจริงในคดีนี้จะได้ความว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด แต่เมื่อโจทก์ทำงานให้แก่จำเลยที่ 2 ยังไม่ครบหนึ่งปีในปีแรกของการทำงาน ทั้งจำเลยที่ 2 ไม่ได้กำหนดหรือตกลงให้โจทก์หยุดพักผ่อนประจำปีโดยให้คำนวณตามส่วนของระยะเวลาการทำงาน จึงเป็นกรณีที่โจทก์ยังไม่เกิดสิทธิที่จะหยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์จึงไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ที่จะทำให้จำเลยที่ 2 ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์สำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 67 คำสั่งของจำเลยที่ 1 และคำพิพากษาของศาลแรงงานกลางที่ไม่ให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามฟ้องแก่โจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สค34/2558
primary_red_case_no
สค114/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000179.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2340/2558
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560