คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2560 ฉบับเต็ม

#618524
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2560 บริษัทโอเชี่ยนคลาสสิคแลนด์ จำกัด โจทก์ กรมบังคับคดี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30, มาตรา 448 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 หน่วยงานของรัฐรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จึงไม่อาจนำกำหนดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ แต่เป็นกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงย่อมมีกำหนดอายุความสิบปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 เมื่อเหตุละเมิดในคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันที่มีการขายทอดตลาดโดยมิชอบ แต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่าสิบปีนับแต่วันที่ละเมิดแล้ว คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาและเป็นวันคดีถึงที่สุดมิใช่วันทำละเมิด แต่เป็นผลของการทำละเมิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ เป็นเงิน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และคดีของโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2545 จำเลยที่ 1 ประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 33423 และ 33424 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 66/2539 ของศาลแพ่ง ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2545 โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในราคา 9,500,000 บาท และชำระค่าที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 กับเสียค่าภาษีและค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นเงิน 1,254,251 บาท หลังจากนั้นโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวไว้กับนางปริยษิฏฐา ต่อมานายวสันต์จำเลยในคดีล้มละลายดังกล่าวได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์เป็นผู้ซื้อ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2547 ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และให้ดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ประเด็นเรื่องโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 หน่วยงานของรัฐรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จึงไม่อาจนำกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ แต่เป็นกรณีความรับผิดที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงย่อมมีกำหนดอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อเหตุละเมิดในคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันที่มีการขายทอดตลาดโดยมิชอบ แต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่าสิบปีนับแต่วันละเมิดแล้ว คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 วรรคหนึ่ง วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาและเป็นวันคดีถึงที่สุดมิใช่วันทำละเมิด แต่เป็นผลของการทำละเมิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กฤษณี เยพิทักษ์-กษิดิ์เดช จีนสลุต-จักรกฤช เจริญเลิศ) ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายธนวิทย์ ขำศรี ศาลอุทธรณ์ - นางสาวดุษฎี ห์ลีละเมียร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.93/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ส72/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ส1321/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
618524
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตลิ่งชัน",
        "judge": "นายธนวิทย์ ขำศรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวดุษฎี ห์ลีละเมียร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959859"
    }
}
date
2560
deka_no
5384/2560
deka_running_no
5384
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "กฤษณี เยพิทักษ์",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "จักรกฤช เจริญเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30",
            "ม. 448 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทโอเชี่ยนคลาสสิคแลนด์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมบังคับคดี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ เป็นเงิน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และคดีของโจทก์ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2545 จำเลยที่ 1 ประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 33423 และ 33424 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ ล. 66/2539 ของศาลแพ่ง ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2545 โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในราคา 9,500,000 บาท และชำระค่าที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 กับเสียค่าภาษีและค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นเงิน 1,254,251 บาท หลังจากนั้นโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวไว้กับนางปริยษิฏฐา ต่อมานายวสันต์จำเลยในคดีล้มละลายดังกล่าวได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์เป็นผู้ซื้อ ศาลแพ่งพิจารณาแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2547 ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และให้ดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ประเด็นเรื่องโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 หน่วยงานของรัฐรับผิดในผลแห่งละเมิดที่จำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จึงไม่อาจนำกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ แต่เป็นกรณีความรับผิดที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงย่อมมีกำหนดอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อเหตุละเมิดในคดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2545 อันเป็นวันที่มีการขายทอดตลาดโดยมิชอบ แต่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2558 ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่าสิบปีนับแต่วันละเมิดแล้ว คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 วรรคหนึ่ง วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาและเป็นวันคดีถึงที่สุดมิใช่วันทำละเมิด แต่เป็นผลของการทำละเมิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ส72/2558
primary_red_case_no
ส1321/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000184.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.93/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560