คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561 ฉบับเต็ม

#620189
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561 นางสาวศรีวิไล ฉัตรจุฑามาศ โจทก์ นางธัญญรัตน์ หว่างพันธ์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 37, มาตรา 41 ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1), มาตรา 5 แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 41 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ธ. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น ที่ทำการบริษัทดังกล่าวจึงเป็นสำนักทำการงานที่สำคัญอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 37 จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ยังภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ และถึงแม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีภูมิลำเนาและมูลคดีไม่ได้เกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้น แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ยังศาลชั้นต้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,075,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ทั้งมูลคดีก็ไม่ปรากฏว่าเกิดที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาล โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ชอบที่จะเสนอคำฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 41 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทธนกร ไทยฟู้ด จำกัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น ที่ทำการบริษัทดังกล่าวจึงเป็นสำนักทำการงานที่สำคัญอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37 อีกทั้งยังปรากฏตามบันทึกการส่งหมายให้จำเลยที่ 2 ไปยังที่ทำการบริษัทดังกล่าวส่งได้โดยวิธีปิดหมาย เนื่องจากคนในบ้านแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกไปธุระไม่ทราบว่าจะกลับเวลาใด ตามบันทึกการส่งหมายลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีภูมิลำเนาและมูลคดีไม่ได้เกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ยังศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (น้ำเพชร ปานะถึก-วาสนา หงส์เจริญ-อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ) ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมศักดิ์ ฎาราณุท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2775/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ519/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ464/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
620189
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสาคร",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ฎาราณุท"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958388"
    }
}
date
2561
deka_no
527/2561
deka_running_no
527
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "น้ำเพชร ปานะถึก",
    "วาสนา หงส์เจริญ",
    "อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 37",
            "ม. 41"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 4 (1)",
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวศรีวิไล ฉัตรจุฑามาศ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางธัญญรัตน์ หว่างพันธ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,075,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ทั้งมูลคดีก็ไม่ปรากฏว่าเกิดที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) จึงไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาล

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ชอบที่จะเสนอคำฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 41 ต้องถือว่าจำเลยที่ 2 ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทธนกร ไทยฟู้ด จำกัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้น ที่ทำการบริษัทดังกล่าวจึงเป็นสำนักทำการงานที่สำคัญอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37 อีกทั้งยังปรากฏตามบันทึกการส่งหมายให้จำเลยที่ 2 ไปยังที่ทำการบริษัทดังกล่าวส่งได้โดยวิธีปิดหมาย เนื่องจากคนในบ้านแจ้งว่า จำเลยที่ 2 ออกไปธุระไม่ทราบว่าจะกลับเวลาใด ตามบันทึกการส่งหมายลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 จึงเป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาหลายแห่ง โจทก์จึงสามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ตามภูมิลำเนาแห่งใดก็ได้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำแก้ฎีกาฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2560 ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีภูมิลำเนาและมูลคดีไม่ได้เกิดในเขตอำนาจศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมรับผิดต่อโจทก์และขณะยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลชั้นต้น โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ยังศาลชั้นต้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ประกอบมาตรา 5 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ519/2559
primary_red_case_no
พ464/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000172.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2775/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561