คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2561 ฉบับเต็ม

#621392
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2561 บริษัทยางตราอูฐ (ประเทศเวียดนาม) จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จันทร์โสมอะไหล่ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 801 วรรคหนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบว่า โจทก์มอบอำนาจให้ บ. ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ ตามหนังสือมอบอำนาจ หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวระบุข้อความในการมอบอำนาจแต่เพียงว่า บ. มีสิทธิในการลงนามเอกสารดำเนินการทั้งหมดของบริษัทสาขาทั้งภายในและภายนอก อันมีลักษณะเป็นการมอบอำนาจโดยไม่ระบุกิจการ โดยมิได้ระบุให้ บ. มีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาล จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 801 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะมี บ. มาเบิกความยืนยันว่าตามหนังสือมอบอำนาจ พยานมีสิทธิดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพยานเอกสาร ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข) ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ บ. ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์โดยชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 1,367,790.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,238,510 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 1,367,790.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,238,510 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายยางในและยางนอกของรถจักรยานยนต์ มีนายนิตย์ ประธานคณะผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้โดยชอบหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไป ไม่มีข้อความว่าให้ยื่นฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคสอง (5) นายบุญเลิศจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ เห็นว่า การมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดีต้องทำเป็นหนังสือตามนัยแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 801 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า ถ้าตัวแทนได้มอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง และวรรคสองบัญญัติว่า แต่การเช่นอย่างจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่คือ (5) ยื่นฟ้องต่อศาล อันเป็นบทกฎหมายจำกัดอำนาจของตัวแทนทั่วไปที่ว่าไม่มีอำนาจยื่นฟ้องคดีต่อศาล เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการให้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจากตัวการส่วนหนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายบุญเลิศ ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ ซึ่งเมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจระบุข้อความในการมอบอำนาจแต่เพียงว่านายบุญเลิศมีสิทธิในการลงนามเอกสารดำเนินการทั้งหมดของบริษัทสาขาทั้งภายในและภายนอกอันมีลักษณะเป็นการมอบอำนาจโดยไม่ระบุกิจการ โดยมิได้ระบุให้นายบุญเลิศมีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาล จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะมีนายบุญเลิศมาเบิกความยืนยันว่าตามหนังสือมอบอำนาจ พยานมีสิทธิดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ ก็เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพยานเอกสาร ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายบุญเลิศฟ้องคดีนี้แทนโจทก์โดยชอบแล้ว และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (นิพันธ์ ช่วยสกุล-สุรพันธุ์ ละอองมณี-สุรางคนา กมลละคร) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางสาวศิริลักษณ์ อรุณประดิษฐ์กุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทกค.34/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น กค136/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น กค131/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
621392
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางสาวศิริลักษณ์ อรุณประดิษฐ์กุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957786"
    }
}
date
2561
deka_no
2359/2561
deka_running_no
2359
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "นิพันธ์ ช่วยสกุล",
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี",
    "สุรางคนา กมลละคร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 801 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทยางตราอูฐ (ประเทศเวียดนาม) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จันทร์โสมอะไหล่ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 1,367,790.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,238,510 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ 1,367,790.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,238,510 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายของประเทศเวียดนาม ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายยางในและยางนอกของรถจักรยานยนต์ มีนายนิตย์ ประธานคณะผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้โดยชอบหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไป ไม่มีข้อความว่าให้ยื่นฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคสอง (5) นายบุญเลิศจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ เห็นว่า การมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดีต้องทำเป็นหนังสือตามนัยแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 801 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า ถ้าตัวแทนได้มอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง และวรรคสองบัญญัติว่า แต่การเช่นอย่างจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่คือ (5) ยื่นฟ้องต่อศาล อันเป็นบทกฎหมายจำกัดอำนาจของตัวแทนทั่วไปที่ว่าไม่มีอำนาจยื่นฟ้องคดีต่อศาล เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการให้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลจากตัวการส่วนหนึ่ง คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายบุญเลิศ ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ ซึ่งเมื่อพิจารณาหนังสือมอบอำนาจระบุข้อความในการมอบอำนาจแต่เพียงว่านายบุญเลิศมีสิทธิในการลงนามเอกสารดำเนินการทั้งหมดของบริษัทสาขาทั้งภายในและภายนอกอันมีลักษณะเป็นการมอบอำนาจโดยไม่ระบุกิจการ โดยมิได้ระบุให้นายบุญเลิศมีอำนาจยื่นฟ้องต่อศาล จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะมีนายบุญเลิศมาเบิกความยืนยันว่าตามหนังสือมอบอำนาจ พยานมีสิทธิดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ ก็เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขพยานเอกสาร ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้นายบุญเลิศฟ้องคดีนี้แทนโจทก์โดยชอบแล้ว และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยทั้งสองอีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
กค136/2558
primary_red_case_no
กค131/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000167.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทกค.34/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561