ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2561
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา
โจทก์
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดพัทยา
ผู้ร้อง
นางสาวสะใบแพร ภูครองชัย
ผู้ประกัน
นางสาวพัชรินทร์ จตุรโกมล
ผู้ซื้อทรัพย์
นายวิรัตน์หรือแฉะ สุพิภาพ
จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคหนึ่ง (เดิม), มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 280 (1) (เดิม), มาตรา 296
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3, มาตรา 5, มาตรา 15
คดีที่ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาด โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งเป็นหลักประกันขายทอดตลาด เพื่อบังคับชำระค่าปรับเนื่องจากผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามนัดในคดีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น เป็นคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ซึ่งมาตรา 15 บัญญัติให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดไปยังศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งอุทธรณ์พร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยเร็ว โดยมาตรา 5 บัญญัติว่า "ศาลอุทธรณ์" หมายความว่า ศาลอุทธรณ์ซึ่งมิใช่ศาลอุทธรณ์ภาค ดังนั้น เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาพิพากษาคดีนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 และศาลจังหวัดพัทยาอนุญาตให้ผู้ประกันประกันตัวจำเลยไปในระหว่างพิจารณา ตีราคาประกันเป็นเงิน 700,000 บาท โดยผู้ประกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ 130463 ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ของผู้ประกันมาวางเป็นหลักประกัน ต่อมาผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามกำหนดนัด ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญาประกัน แต่ผู้ประกันไม่ชำระเงินค่าปรับ ศาลจังหวัดพัทยาจึงออกหมายบังคับคดีให้ยึดที่ดินอันเป็นหลักประกันเพื่อนำออกขายทอดตลาด โดยมอบหมายให้ผู้ร้องเป็นผู้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์ แต่หลักประกันตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนครปฐม ผู้ร้องจึงมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีแทน ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม 2558 ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นนำเจ้าพนักงานบังคับคดีสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครปฐมยึดที่ดิน อันเป็นหลักประกันแล้วนำขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559 โดยผู้ซื้อทรัพย์ประมูลซื้อได้ในราคา 510,000 บาท
วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดโดยอ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ซื้อที่ดินอันเป็นหลักประกันโดยสำคัญผิด และเจ้าหนี้ผู้นำยึดมีเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงเนื่องจากที่ดินอันเป็นหลักประกันไม่ใช่ที่ดินว่างเปล่า แต่มีสภาพเป็นบ่อน้ำทั้งแปลง ไม่ตรงกับรายละเอียดที่ระบุในรายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์และประกาศขายทอดตลาด
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 130463 ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
วันที่ 11 ตุลาคม 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีนี้ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายบังคับคดีให้ยึดที่ดินอันเป็นหลักประกันซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำสั่งศาล จึงมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีแทนจนมีการขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นหลักประกันไปแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำสั่งศาลและเป็นผู้นำยึดที่ดินอันเป็นหลักประกัน ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในการบังคับคดีเอาแก่ที่ดินอันเป็นหลักประกันแต่ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ซื้อทรัพย์ โดยไม่ได้มีการส่งหมายเรียก หมายนัด เอกสารหรือคำคู่ความใดให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องทราบว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นหลักประกันโดยไม่แจ้งให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียและได้รับความเสียหายจากคำสั่งศาลชั้นต้น ถือเป็นกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ก่อนไต่สวนศาลได้ส่งสำเนาให้ผู้ประกันและเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งถือว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้อยู่แล้ว จึงไม่จำต้องส่งสำเนาให้เจ้าหนี้อีก การไต่สวนชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ (เดิม) ไม่มีเหตุให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ซื้อทรัพย์ฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 โดยให้ศาลชั้นต้นจัดส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้ผู้ร้องทราบด้วย และดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้รวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่
ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีนี้เป็นคดีที่ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดก็ตาม แต่คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์เป็นผลสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 130463 ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ขายทอดตลาดเพื่อบังคับชำระค่าปรับเนื่องจากผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยต่อศาลตามนัดในคดีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ดังนั้น คดีนี้จึงเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ซึ่งมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา 16 คดีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หรือเมื่อมีการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งอุทธรณ์หรือคำร้องเช่นว่านั้นพร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยเร็ว" โดยมาตรา 5 บัญญัติว่า "ศาลอุทธรณ์" หมายความว่า ศาลอุทธรณ์ซึ่งมิใช่ศาลอุทธรณ์ภาค ดังนี้ เมื่อผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาพิพากษาคดีนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไป
(ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์-วิชิต ลีธรรมชโย-ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์)
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายศักดา ไพรสันต์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสัมพันธ์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2733/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
บท.23/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ