คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2543/2561 ฉบับเต็ม

#622082
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2543/2561 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลำปาง โจทก์ นาย อ. จำเลย ป.อ. มาตรา 22, มาตรา 56 ภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ ปรากฏว่าในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 4 ปี 3 เดือน และปรับ 266,666.67 บาท และคดีเป็นอันถึงที่สุดไปแล้ว กรณีของจำเลยจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ตาม ป.อ. มาตรา 56 ที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 20,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 1 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท ให้จำเลยไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างมาในฎีกา โดยจำเลยไม่ได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้าน และข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานการคุมความประพฤติของพนักงานคุมประพฤติฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ว่า ภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีนี้ ปรากฏว่าในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ให้จำคุกจำเลย 4 ปี 3 เดือน และปรับ 266,666.67 บาท ศาลจังหวัดลำปางได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวให้จำเลยฟังแล้วเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 และคดีเป็นอันถึงที่สุดไปแล้ว ปัจจุบันจำเลยต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางลำปางในคดีดังกล่าว กรณีของจำเลยจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วัฒนา วิทยกุล-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ) ศาลแขวงลำปาง - นายนันทวัฒน์ ลิ้มธัญลักษณ์ ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ ยมจินดา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4151/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2555/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2558/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622082
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงลำปาง",
        "judge": "นายนันทวัฒน์ ลิ้มธัญลักษณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนันต์ ยมจินดา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957777"
    }
}
date
2561
deka_no
2543/2561
deka_running_no
2543
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนา วิทยกุล",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 56"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลำปาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย อ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลย 20,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้ 1 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภท ให้จำเลยไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า โจทก์กล่าวอ้างมาในฎีกา โดยจำเลยไม่ได้ยื่นคำแก้ฎีกาคัดค้าน และข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานการคุมความประพฤติของพนักงานคุมประพฤติฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ว่า ภายหลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีนี้ ปรากฏว่าในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1921/2559 และ 1922/2559 ของศาลจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา ให้จำคุกจำเลย 4 ปี 3 เดือน และปรับ 266,666.67 บาท ศาลจังหวัดลำปางได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวให้จำเลยฟังแล้วเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 และคดีเป็นอันถึงที่สุดไปแล้ว ปัจจุบันจำเลยต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางลำปางในคดีดังกล่าว กรณีของจำเลยจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2555/2559
primary_red_case_no
อ2558/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000167.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4151/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561