คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9981/2560 ฉบับเต็ม

#622086
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9981/2560 นายไพรัตน์ ฉันทาวิวัฒน์ โจทก์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน นายวัลลภ จันทร์ทิม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 311 วรรคสอง (เดิม), มาตรา วรรคสี่ (เดิม) พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ มาตรา ข้อ 31 หนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ถือว่าเป็นคำสั่งอายัดของศาลตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในหมายบังคับคดี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 311 วรรคสอง (เดิม) การที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 คำสั่งอายัดย่อมมีผลบังคับทันทีในวันดังกล่าว แม้จำเลยจะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของผู้คัดค้านแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ก็ตาม เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าในวันที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าว ผู้คัดค้านยังไม่ได้หักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัท ก. ตามที่จำเลยได้ทำหนังสือให้ความยินยอมไว้ ผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่ต้องส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเต็มจำนวนให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งอายัดดังกล่าว สำหรับประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 และ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 นั้น สิทธิของผู้คัดค้านในฐานะนายจ้างของจำเลยในการหักเงินค่าจ้างหรือเงินอื่นของจำเลยเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ถือเป็นสิทธิอันเกิดจากความยินยอมของจำเลยตามหนังสือให้ความยินยอมที่จำเลยทำไว้กับสหกรณ์ หาใช่สหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิของจำเลยไม่ แม้จะระบุลำดับในการหักเงินชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ไว้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ หนี้ใดจะเป็นหนี้บุริมสิทธิหรือไม่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าหนี้ที่จำเลยมีต่อสหกรณ์เป็นเพียงหนี้กู้ยืมเงินไม่ใช่หนี้บุริมสิทธิ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิหักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยส่งให้แก่สหกรณ์ภายหลังจากได้รับแจ้งคำสั่งอายัดจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 311 วรรคสี่ (เดิม) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านส่งเงินตอบแทนกรณีออกจากงานของจำเลยดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ตามคำสั่งอายัดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาต่อไป ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของโจทก์หรือมีคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด เป็นผู้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยที่ได้รับจากผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแทนผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 โดยให้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามจำนวนที่จำเลยยังคงค้างชำระหนี้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งศาล หากไม่ปฏิบัติตามให้เจ้าพนักงานบังคับคดีร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ถูกอายัดต่อไป ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยเป็นพนักงานของผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องไปยังผู้คัดค้านให้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเต็มจำนวนไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2558 ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งข้อขัดข้องในการส่งเงินตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีอ้างว่า ผู้คัดค้านได้รับหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งจำเลยได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของผู้คัดค้านแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ไม่สามารถอายัดเงินนำส่งได้ จำเลยมีสิทธิได้รับเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนจากผู้คัดค้านทั้งสิ้น 872,115 บาท เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ผู้คัดค้านได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด เนื่องจากจำเลยเป็นสมาชิกและทำสัญญากู้เงินไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าว โดยจำเลยทำหนังสือให้ความยินยอมว่าให้ผู้คัดค้านหักเงินได้รายเดือนของจำเลยตามจำนวนงวดการชำระหนี้เพื่อส่งต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าว และหากจำเลยประสงค์จะลาออกจากงาน จำเลยจะแจ้งเป็นหนังสือและจัดการชำระหนี้ที่มีต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อน หรือเมื่อจำเลยได้ลงชื่อรับเงินเดือน ค่าจ้าง เงินสะสม บำเหน็จ บำนาญ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินอื่นใดในหลักฐานที่ผู้คัดค้านหรือหน่วยงานต้นสังกัดจะจ่าย จำเลยยินยอมให้เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินดังกล่าวหักเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยส่งชำระหนี้ต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อน ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า ผู้คัดค้านต้องส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 หรือไม่ เห็นว่า หนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ถือว่าเป็นคำสั่งอายัดของศาลตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในหมายบังคับคดี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสอง (เดิม) การที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 คำสั่งอายัดย่อมมีผลบังคับทันทีในวันดังกล่าว แม้จำเลยจะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของผู้คัดค้านแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ก็ตาม เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าในวันที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าว ผู้คัดค้านยังไม่ได้หักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด ตามที่จำเลยได้ทำหนังสือให้ความยินยอมไว้ ผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่ต้องส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเต็มจำนวนให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งอายัดดังกล่าว ที่ผู้คัดค้านฎีกาอ้างว่า การที่ผู้คัดค้านไม่ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเนื่องจากผู้คัดค้านต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 นั้น เห็นว่า ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 ระบุว่า "ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหรือเพื่อชำระเงินอันอื่นอันเป็นสวัสดิการที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจัดให้เพื่อประโยชน์ของลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันความเสียหายหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยรับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ทั้งนี้ เว้นแต่ ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้าง" และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 บัญญัติว่า "เมื่อสมาชิกได้ทำความยินยอมเป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่หักเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ที่ถึงกำหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไปให้หน่วยงานนั้นหักเงินดังกล่าวและส่งเงินที่หักไว้นั้นให้แก่สหกรณ์โดยพลัน การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหนึ่ง มิอาจถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์ให้ความยินยอม การหักเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องหักให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก ถัดจากหนี้ภาษีอากรและการหักเงินเข้ากองทุนที่สมาชิกต้องถูกหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม" ตามประกาศและพระราชบัญญัติดังกล่าว สิทธิของผู้คัดค้านในฐานะนายจ้างของจำเลยในการหักเงินค่าจ้างหรือเงินอื่นของจำเลยเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์เป็นสิทธิอันเกิดจากความยินยอมของจำเลยตามหนังสือให้ความยินยอมที่จำเลยทำไว้กับสหกรณ์ หาใช่สหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิของจำเลยไม่ แม้จะระบุลำดับในการหักเงินชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ไว้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ หนี้ใดจะเป็นหนี้บุริมสิทธิหรือไม่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าหนี้ที่จำเลยมีต่อสหกรณ์เป็นเพียงหนี้กู้ยืมเงินไม่ใช่หนี้บุริมสิทธิ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิหักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยส่งให้แก่สหกรณ์ภายหลังจากได้รับแจ้งคำสั่งอายัดจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสี่ (เดิม) ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-บุญมี ฐิตะศิริ-แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายไชยรัตน์ บุตรแพ ศาลอุทธรณ์ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1569/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย33/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย62/2557 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622086
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายไชยรัตน์ บุตรแพ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958633"
    }
}
date
2560
deka_no
9981/2560
deka_running_no
9981
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 311 วรรคสอง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 42/1"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ",
        "law_abbr": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายไพรัตน์ ฉันทาวิวัฒน์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัลลภ จันทร์ทิม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลย

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านส่งเงินตอบแทนกรณีออกจากงานของจำเลยดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ตามคำสั่งอายัดเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาต่อไป

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องของโจทก์หรือมีคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด เป็นผู้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยที่ได้รับจากผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีแทนผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 โดยให้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามจำนวนที่จำเลยยังคงค้างชำระหนี้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งศาล หากไม่ปฏิบัติตามให้เจ้าพนักงานบังคับคดีร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ถูกอายัดต่อไป

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยเป็นพนักงานของผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องไปยังผู้คัดค้านให้ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเต็มจำนวนไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงินเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2558 ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งข้อขัดข้องในการส่งเงินตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีอ้างว่า ผู้คัดค้านได้รับหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งจำเลยได้พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของผู้คัดค้านแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ไม่สามารถอายัดเงินนำส่งได้ จำเลยมีสิทธิได้รับเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนจากผู้คัดค้านทั้งสิ้น 872,115 บาท เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ผู้คัดค้านได้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด เนื่องจากจำเลยเป็นสมาชิกและทำสัญญากู้เงินไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าว โดยจำเลยทำหนังสือให้ความยินยอมว่าให้ผู้คัดค้านหักเงินได้รายเดือนของจำเลยตามจำนวนงวดการชำระหนี้เพื่อส่งต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าว และหากจำเลยประสงค์จะลาออกจากงาน จำเลยจะแจ้งเป็นหนังสือและจัดการชำระหนี้ที่มีต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อน หรือเมื่อจำเลยได้ลงชื่อรับเงินเดือน ค่าจ้าง เงินสะสม บำเหน็จ บำนาญ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินอื่นใดในหลักฐานที่ผู้คัดค้านหรือหน่วยงานต้นสังกัดจะจ่าย จำเลยยินยอมให้เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินดังกล่าวหักเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยส่งชำระหนี้ต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อน

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า ผู้คัดค้านต้องส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามหนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 หรือไม่ เห็นว่า หนังสือแจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องของเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ถือว่าเป็นคำสั่งอายัดของศาลตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ในหมายบังคับคดี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสอง (เดิม) การที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 คำสั่งอายัดย่อมมีผลบังคับทันทีในวันดังกล่าว แม้จำเลยจะพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของผู้คัดค้านแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ก็ตาม เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าในวันที่ผู้คัดค้านได้รับแจ้งคำสั่งอายัดดังกล่าว ผู้คัดค้านยังไม่ได้หักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด ตามที่จำเลยได้ทำหนังสือให้ความยินยอมไว้ ผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่ต้องส่งเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยที่มีสิทธิได้รับจากผู้คัดค้านเต็มจำนวนให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่งอายัดดังกล่าว ที่ผู้คัดค้านฎีกาอ้างว่า การที่ผู้คัดค้านไม่ส่งเงินตอบแทนการออกจากงานของจำเลยให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเนื่องจากผู้คัดค้านต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 นั้น เห็นว่า ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ข้อ 31 ระบุว่า "ห้ามนายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ

(1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้

(2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหรือเพื่อชำระเงินอันอื่นอันเป็นสวัสดิการที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจัดให้เพื่อประโยชน์ของลูกจ้างฝ่ายเดียวโดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง

(3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง

(4) เป็นเงินประกันความเสียหายหรือชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยรับความยินยอมจากลูกจ้าง

(5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

การหักตาม (2) (3) (4) และ (5) ในแต่ละกรณีห้ามมิให้หักเกินร้อยละสิบ และจะหักรวมกันได้ไม่เกินหนึ่งในห้าของเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ทั้งนี้ เว้นแต่ ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกจ้าง" และพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 บัญญัติว่า "เมื่อสมาชิกได้ทำความยินยอมเป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่หักเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอื่นใด ที่ถึงกำหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไปให้หน่วยงานนั้นหักเงินดังกล่าวและส่งเงินที่หักไว้นั้นให้แก่สหกรณ์โดยพลัน

การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหนึ่ง มิอาจถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์ให้ความยินยอม

การหักเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องหักให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก ถัดจากหนี้ภาษีอากรและการหักเงินเข้ากองทุนที่สมาชิกต้องถูกหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม" ตามประกาศและพระราชบัญญัติดังกล่าว สิทธิของผู้คัดค้านในฐานะนายจ้างของจำเลยในการหักเงินค่าจ้างหรือเงินอื่นของจำเลยเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์เป็นสิทธิอันเกิดจากความยินยอมของจำเลยตามหนังสือให้ความยินยอมที่จำเลยทำไว้กับสหกรณ์ หาใช่สหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิของจำเลยไม่ แม้จะระบุลำดับในการหักเงินชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ไว้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ หนี้ใดจะเป็นหนี้บุริมสิทธิหรือไม่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทั้งปรากฏข้อเท็จจริงว่าหนี้ที่จำเลยมีต่อสหกรณ์เป็นเพียงหนี้กู้ยืมเงินไม่ใช่หนี้บุริมสิทธิ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิหักเงินตอบแทนการออกจากงานและเงินชดเชยวันหยุดพักผ่อนของจำเลยส่งให้แก่สหกรณ์ภายหลังจากได้รับแจ้งคำสั่งอายัดจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามในคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 311 วรรคสี่ (เดิม) ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย33/2557
primary_red_case_no
ย62/2557
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000174.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1569/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560