คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2560 ฉบับเต็ม

#622090
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2560 นายธีรศักดิ์ จะตุรวิทย์ โจทก์ นายอภิวัฒน์ เปี่ยมกุลวนิช จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 904, มาตรา 905, มาตรา 914, มาตรา 916 ตามหนังสือขอยืมวงเงินตั๋วอาวัล เอกสารหมาย จ.4 บริษัท ส. ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลจากบริษัท สช. เป็นเงิน 9,518,738 บาท ซึ่งขณะนั้นกรรมการของบริษัท ส. มี 4 คน รวมโจทก์กับจำเลย ซึ่งหากต้องเฉลี่ยรับผิดในความเสียหายแล้วจะตกคนละ 2,379,684.50 บาท แต่ในเอกสารหมาย จ.4 ลงชื่อผู้ให้สัญญาเพียง 3 คน โดยไม่รวมจำเลยอยู่ด้วย ดังนั้น ความรับผิดของผู้ให้สัญญาแต่ละคนจะตกคนละ 3,172,912.67 บาท ซึ่งจำนวนเงินทั้งสองยอดดังกล่าวไม่ตรงกับจำนวนความรับผิดของโจทก์ จำนวน 2,139,184 บาท ตามที่โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง ซึ่งโจทก์อ้างว่าต้องรับผิดจำนวนดังกล่าวลอย ๆ โดยไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงแตกต่างกันเช่นนั้น ทั้งไม่ปรากฏว่าการมอบเช็คให้จำเลยได้มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นการสั่งจ่ายเพื่อค้ำประกันดังที่โจทก์อ้าง ทั้ง ๆ ที่เช็คมีจำนวนเงินสูงถึง 2,139,184 บาท และเป็นเช็คที่ออกในนามโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คเพื่อค้ำประกันการขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลที่มีการชำระเงินแล้วตามฟ้อง จำเลยย่อมเป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าว และนำไปสลักหลังมอบให้บุคคลอื่นได้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 9,168,005.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง จำนวนเงิน 2,139,184 บาท มอบให้จำเลย ต่อมาจำเลยสลักหลังเช็คดังกล่าวมอบให้นายวิรัตน์ นายวิรัตน์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้จึงฟ้องโจทก์ในฐานะผู้สั่งจ่ายและจำเลยในฐานะผู้สลักหลัง คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คดังกล่าว และโจทก์ถูกบังคับคดียึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาด มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด โจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2539 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ซึ่งโจทก์และจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนอยู่ด้วย ได้ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลของบริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด ซึ่งมีจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเพื่อใช้ซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง โดยบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ทำหนังสือเอกสารหมาย จ.4 มอบให้จำเลยไว้ สำหรับส่วนที่โจทก์ต้องรับผิดนั้นเป็นเงิน 2,139,184 บาท จำเลยให้โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องจำนวน 2,139,184 บาท มอบให้จำเลยเป็นการค้ำประกันกรณีเกิดความเสียหายขึ้น ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาประมาณปลายปี 2539 ถึงต้นปี 2540 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ชำระหนี้ตามตั๋วอาวัล รวมเป็นเงิน 9,518,738 บาท ให้บริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด แล้ว โดยไม่เกิดความเสียหายใด ๆ จำเลยจึงต้องคืนเช็คตามฟ้องแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่คืนให้ และเมื่อเดือนเมษายน 2542 จำเลยนำเช็คตามฟ้องไปสลักหลังมอบให้แก่นายวิรัตน์ไปดังกล่าวข้างต้น ส่วนจำเลยไม่สืบพยาน เห็นว่า ตามหนังสือขอยืมวงเงินตั๋วอาวัล เอกสารหมาย จ.4 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลจากบริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด เป็นเงิน 9,518,738 บาท ซึ่งขณะนั้นกรรมการของบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด มี 4 คน รวมโจทก์กับจำเลย ซึ่งหากต้องเฉลี่ยรับผิดในความเสียหายแล้วจะตกคนละ 2,379,684.50 บาท แต่ในเอกสารหมาย จ.4 ลงชื่อผู้ให้สัญญาเพียง 3 คน โดยไม่รวมจำเลยอยู่ด้วย ดังนั้น ความรับผิดของผู้ให้สัญญาแต่ละคนจะตกคนละ 3,172,912.67 บาท ซึ่งจำนวนเงินทั้งสองยอดดังกล่าวล้วนแต่ไม่ตรงกับจำนวนความรับผิดของโจทก์ จำนวน 2,139,184 บาท ตามที่โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง ซึ่งโจทก์อ้างว่าต้องรับผิดจำนวนดังกล่าวลอย ๆ โดยมิได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงแตกต่างกันเช่นนั้น นอกจากนี้ โจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2540 จำเลยเรียกประชุมกรรมการบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ขณะนั้นบริษัทมีหนี้เท่าใด โจทก์เห็นว่าไม่มีรายละเอียดว่าเพราะเหตุใดจึงมีหนี้ตามที่ปรากฏในเอกสารหมาย ล.3 ที่นำมาให้ลงชื่อและเห็นว่าไม่ได้มีหนี้สูงถึงขนาดนั้น จึงไม่ลงชื่อในเอกสารดังกล่าว และเบิกความต่อไปว่า เอกสารหมาย ล.3 มีข้อความว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องให้แก่จำเลย ทั้งนี้ หากเช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายเพื่อค้ำประกันในการขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลตามเอกสารหมาย จ.4 และมีการจ่ายเงินตามวงเงินตั๋วอาวัลครบถ้วน ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2539 ถึงต้นปี 2540 ซึ่งน่าจะเป็นเวลาก่อนการประชุม ดังที่โจทก์อ้างแล้ว โจทก์ก็ควรโต้แย้งเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม แต่ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งถึงเรื่องดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดวิสัย ทั้งไม่ปรากฏว่าการมอบเช็คให้จำเลยได้มีการบันทึกกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นการสั่งจ่ายเพื่อค้ำประกันดังที่โจทก์อ้าง ทั้ง ๆ ที่เช็คดังกล่าวมีจำนวนเงินสูงถึง 2,139,184 บาท และเป็นเช็คที่ออกในนามของโจทก์ ซึ่งโจทก์ย่อมจะต้องทราบดีว่าอาจมีผลผูกพันโจทก์ได้ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยอีกประการหนึ่งเช่นกัน พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คเพื่อค้ำประกันการขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลที่มีการชำระเงินแล้วตามฟ้อง จำเลยย่อมเป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าว และนำไปสลักหลังมอบให้บุคคลอื่นได้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาอื่นของโจทก์อีก เพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (รัถยา สัตยาบัน-กษิดิ์เดช จีนสลุต-จักรกฤช เจริญเลิศ) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจามร โสมานันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายพิชัยวัฒน์ อุตะเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.280/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ222/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ313/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622090
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายจามร โสมานันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายพิชัยวัฒน์ อุตะเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958900"
    }
}
date
2560
deka_no
8443/2560
deka_running_no
8443
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "รัถยา สัตยาบัน",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "จักรกฤช เจริญเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 904",
            "ม. 905",
            "ม. 914",
            "ม. 916"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายธีรศักดิ์ จะตุรวิทย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอภิวัฒน์ เปี่ยมกุลวนิช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 9,168,005.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง จำนวนเงิน 2,139,184 บาท มอบให้จำเลย ต่อมาจำเลยสลักหลังเช็คดังกล่าวมอบให้นายวิรัตน์ นายวิรัตน์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้จึงฟ้องโจทก์ในฐานะผู้สั่งจ่ายและจำเลยในฐานะผู้สลักหลัง คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยร่วมกันรับผิดชำระเงินตามเช็คดังกล่าว และโจทก์ถูกบังคับคดียึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาด

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เพียงใด โจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2539 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ซึ่งโจทก์และจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนอยู่ด้วย ได้ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลของบริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด ซึ่งมีจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนเพื่อใช้ซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง โดยบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ทำหนังสือเอกสารหมาย จ.4 มอบให้จำเลยไว้ สำหรับส่วนที่โจทก์ต้องรับผิดนั้นเป็นเงิน 2,139,184 บาท จำเลยให้โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องจำนวน 2,139,184 บาท มอบให้จำเลยเป็นการค้ำประกันกรณีเกิดความเสียหายขึ้น ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาประมาณปลายปี 2539 ถึงต้นปี 2540 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ชำระหนี้ตามตั๋วอาวัล รวมเป็นเงิน 9,518,738 บาท ให้บริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด แล้ว โดยไม่เกิดความเสียหายใด ๆ จำเลยจึงต้องคืนเช็คตามฟ้องแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่คืนให้ และเมื่อเดือนเมษายน 2542 จำเลยนำเช็คตามฟ้องไปสลักหลังมอบให้แก่นายวิรัตน์ไปดังกล่าวข้างต้น ส่วนจำเลยไม่สืบพยาน เห็นว่า ตามหนังสือขอยืมวงเงินตั๋วอาวัล เอกสารหมาย จ.4 บริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลจากบริษัทสามชัยอุตสาหกรรมก่อสร้าง จำกัด เป็นเงิน 9,518,738 บาท ซึ่งขณะนั้นกรรมการของบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด มี 4 คน รวมโจทก์กับจำเลย ซึ่งหากต้องเฉลี่ยรับผิดในความเสียหายแล้วจะตกคนละ 2,379,684.50 บาท แต่ในเอกสารหมาย จ.4 ลงชื่อผู้ให้สัญญาเพียง 3 คน โดยไม่รวมจำเลยอยู่ด้วย ดังนั้น ความรับผิดของผู้ให้สัญญาแต่ละคนจะตกคนละ 3,172,912.67 บาท ซึ่งจำนวนเงินทั้งสองยอดดังกล่าวล้วนแต่ไม่ตรงกับจำนวนความรับผิดของโจทก์ จำนวน 2,139,184 บาท ตามที่โจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง ซึ่งโจทก์อ้างว่าต้องรับผิดจำนวนดังกล่าวลอย ๆ โดยมิได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงแตกต่างกันเช่นนั้น นอกจากนี้ โจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2540 จำเลยเรียกประชุมกรรมการบริษัทสามชัยบ้านและที่ดิน จำกัด เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ขณะนั้นบริษัทมีหนี้เท่าใด โจทก์เห็นว่าไม่มีรายละเอียดว่าเพราะเหตุใดจึงมีหนี้ตามที่ปรากฏในเอกสารหมาย ล.3 ที่นำมาให้ลงชื่อและเห็นว่าไม่ได้มีหนี้สูงถึงขนาดนั้น จึงไม่ลงชื่อในเอกสารดังกล่าว และเบิกความต่อไปว่า เอกสารหมาย ล.3 มีข้อความว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องให้แก่จำเลย ทั้งนี้ หากเช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายเพื่อค้ำประกันในการขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลตามเอกสารหมาย จ.4 และมีการจ่ายเงินตามวงเงินตั๋วอาวัลครบถ้วน ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2539 ถึงต้นปี 2540 ซึ่งน่าจะเป็นเวลาก่อนการประชุม ดังที่โจทก์อ้างแล้ว โจทก์ก็ควรโต้แย้งเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม แต่ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้โต้แย้งถึงเรื่องดังกล่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดวิสัย ทั้งไม่ปรากฏว่าการมอบเช็คให้จำเลยได้มีการบันทึกกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นการสั่งจ่ายเพื่อค้ำประกันดังที่โจทก์อ้าง ทั้ง ๆ ที่เช็คดังกล่าวมีจำนวนเงินสูงถึง 2,139,184 บาท และเป็นเช็คที่ออกในนามของโจทก์ ซึ่งโจทก์ย่อมจะต้องทราบดีว่าอาจมีผลผูกพันโจทก์ได้ จึงนับว่าเป็นเรื่องที่ผิดวิสัยอีกประการหนึ่งเช่นกัน พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คเพื่อค้ำประกันการขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลที่มีการชำระเงินแล้วตามฟ้อง จำเลยย่อมเป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าว และนำไปสลักหลังมอบให้บุคคลอื่นได้ โจทก์จึงไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาอื่นของโจทก์อีก เพราะไม่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ222/2553
primary_red_case_no
พ313/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000176.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.280/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560