คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2560 ฉบับเต็ม

#622105
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2560 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสุนทร ธรรมเสนอ ผู้ร้อง นายพิศาล พลอาวุธ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (14), มาตรา 2 (15) ป.วิ.พ. มาตรา 27 การดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีจะต้องกระทำโดยคู่ความ ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (15) คู่ความ หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง และตามมาตรา 2 (14) โจทก์หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน แม้ผู้ร้องอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม แต่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่คู่ความตามบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีเพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, 65 วรรคหนึ่ง, 70 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้โจทก์ดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่ยังไม่ขาดอายุความ ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วันและขอให้ไต่สวนกับมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา เพราะคดีนี้ไม่มีเหตุรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา และผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในคดีจะต้องกระทำโดยคู่ความ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (15) คู่ความ หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง และมาตรา 2 (14) บัญญัติว่า โจทก์หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน แม้คดีนี้ผู้ร้องจะฎีกาอ้างว่า ผู้ร้องได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม แต่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่คู่ความตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าเป็นการผิดระเบียบดังทำนองที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-ถมรัตน์ เลิศไพรวัน-สมจิตร์ ทองศรี) ศาลจังหวัดพระโขนง - นายวิเชียร พัฒนาไพศาล ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชนะ กิจทวีปวัฒนา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1019/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2118/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2090/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622105
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นายวิเชียร พัฒนาไพศาล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชัยชนะ กิจทวีปวัฒนา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960203"
    }
}
date
2560
deka_no
4576/2560
deka_running_no
4576
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "ถมรัตน์ เลิศไพรวัน",
    "สมจิตร์ ทองศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (14)",
            "ม. 2 (15)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุนทร ธรรมเสนอ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิศาล พลอาวุธ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, 65 วรรคหนึ่ง, 70 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้โจทก์ดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่ยังไม่ขาดอายุความ ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วันและขอให้ไต่สวนกับมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา เพราะคดีนี้ไม่มีเหตุรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสาม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา และผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ จึงให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในคดีจะต้องกระทำโดยคู่ความ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (15) คู่ความ หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง และมาตรา 2 (14) บัญญัติว่า โจทก์หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน แม้คดีนี้ผู้ร้องจะฎีกาอ้างว่า ผู้ร้องได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม แต่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่คู่ความตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าเป็นการผิดระเบียบดังทำนองที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2118/2559
primary_red_case_no
อ2090/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000187.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1019/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560