คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6898/2560 ฉบับเต็ม

#622126
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6898/2560 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายธนพงศ์หรือไกรวี เชื้อชาติสิงขร จำเลย ป.อ. มาตรา 90 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), มาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 157/1 วรรคสอง, มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, มาตรา 91 การที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายแล้วขับรถยนต์ในขณะเมาสุรา อันเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีเจตนาเดียวกัน คือ ขับรถยนต์ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนและขับรถในขณะเมาสุรา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์บรรยายฟ้องแต่ละข้อหาต่างกรรมกัน ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 43 ทวิ, 157/1 วรรคสอง, 160 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่หรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าหกเดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสอง, 160 ตรี (ที่ถูก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 91 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ฐานขับรถในขณะเมาสุรา จำคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 8 เดือน และปรับ 16,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดหกเดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนและขับรถในขณะเมาสุราเป็นกรรมเดียวกัน ลงโทษฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนและฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องความผิดของจำเลยแต่ละข้อหาแยกกระทงต่างหากจากกัน ซึ่งการกระทำของจำเลยแม้จะเป็นการกระทำครั้งเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาลักษณะของความผิด เห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาในการกระทำความผิดต่างขั้นตอนและแตกต่างฐานความผิดสามารถแยกการกระทำแต่ละข้อหาต่างหากจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมนั้น เห็นว่า การที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายแล้วมาขับรถยนต์ในขณะเมาสุรา เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือขับรถยนต์ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดในแต่ละข้อหาตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องต่างกรรมกัน ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปกรณ์ วงศาโรจน์-นพพร โพธิรังสิยากร-ปกรณ์ สุวรรณพรหมา) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอุชาติ เธียรพรานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายทรงพล สงวนพงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1762/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3052/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3060/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622126
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายอุชาติ เธียรพรานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายทรงพล สงวนพงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081959491"
    }
}
date
2560
deka_no
6898/2560
deka_running_no
6898
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "ปกรณ์ วงศาโรจน์",
    "นพพร โพธิรังสิยากร",
    "ปกรณ์ สุวรรณพรหมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 43 (2)",
            "ม. 43 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 157/1 วรรคสอง",
            "ม. 160 ตรี วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 57",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธนพงศ์หรือไกรวี เชื้อชาติสิงขร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 43 ทวิ, 157/1 วรรคสอง, 160 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่หรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าหกเดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (2), 43 ทวิ วรรคหนึ่ง, 157/1 วรรคสอง, 160 ตรี (ที่ถูก มาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 157/1 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 91 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ฐานขับรถในขณะเมาสุรา จำคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 8 เดือน และปรับ 16,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดหกเดือน

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนและขับรถในขณะเมาสุราเป็นกรรมเดียวกัน ลงโทษฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 8 เดือน และปรับ 20,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนและฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องความผิดของจำเลยแต่ละข้อหาแยกกระทงต่างหากจากกัน ซึ่งการกระทำของจำเลยแม้จะเป็นการกระทำครั้งเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาลักษณะของความผิด เห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาในการกระทำความผิดต่างขั้นตอนและแตกต่างฐานความผิดสามารถแยกการกระทำแต่ละข้อหาต่างหากจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมนั้น เห็นว่า การที่จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเข้าสู่ร่างกายแล้วมาขับรถยนต์ในขณะเมาสุรา เป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือขับรถยนต์ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดในแต่ละข้อหาตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องต่างกรรมกัน ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3052/2558
primary_red_case_no
อ3060/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000181.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1762/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2560