คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2561 ฉบับเต็ม

#622490
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2561 นาย ส. โจทก์ นางสาว ธ. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1330 การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญาการขายทอดตลอดตามคำสั่งศาล ทำให้การขายทอดตลาดไม่สำเร็จได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2561) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 โจทก์ประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในราคา 9,110,000 บาท โดยในวันที่โจทก์ประมูลซื้อทรัพย์ดังกล่าวได้นั้น โจทก์ชำระเงินไว้จำนวน 500,000 บาท และทำสัญญาว่าจะนำเงินซึ่งยังคงค้างชำระอยู่จำนวน 8,610,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อทรัพย์ และเนื่องจากจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์จึงได้ขอขยายระยะเวลาการชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาซื้อขายออกไปต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยขอชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อศาลมีคำสั่งถึงที่สุดเกี่ยวกับคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยแล้ว ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลย ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้ชำระราคาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญาการขายทอดตลอดตามคำสั่งศาล ทำให้การขายทอดตลาดไม่สำเร็จได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยในข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (สุริยง ลิ้มสถิรานันท์-โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ-เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายไกรสร โสมจันทร์ ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2500/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม22/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม67/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
622490
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายไกรสร โสมจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958029"
    }
}
date
2561
deka_no
1162/2561
deka_running_no
1162
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์",
    "โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ",
    "เอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1330"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ธ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 โจทก์ประมูลซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 3006 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ได้จากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ในราคา 9,110,000 บาท โดยในวันที่โจทก์ประมูลซื้อทรัพย์ดังกล่าวได้นั้น โจทก์ชำระเงินไว้จำนวน 500,000 บาท และทำสัญญาว่าจะนำเงินซึ่งยังคงค้างชำระอยู่จำนวน 8,610,000 บาท มาชำระต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันซื้อทรัพย์ และเนื่องจากจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์จึงได้ขอขยายระยะเวลาการชำระเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาซื้อขายออกไปต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยขอชำระเงินส่วนที่เหลือเมื่อศาลมีคำสั่งถึงที่สุดเกี่ยวกับคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยแล้ว ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลย ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างจำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาสูงสุดจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้ชำระราคาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่โจทก์เป็นผู้เสนอราคาสูงสุดในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล และได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาชำระราคาไปจนกว่าคดีที่จำเลยร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทถึงที่สุด ก็เพียงก่อสิทธิแก่โจทก์ว่าโจทก์ยังจะมีสิทธิเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลให้สำเร็จลุล่วงต่อไปเท่านั้น ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ชำระราคาค่าซื้อทรัพย์สินตามเงื่อนไขการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 เพราะโจทก์อาจผิดสัญญาการขายทอดตลอดตามคำสั่งศาล ทำให้การขายทอดตลาดไม่สำเร็จได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยในข้ออื่นต่อไป

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม22/2558
primary_red_case_no
ม67/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000169.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2500/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561