คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4023/2561 ฉบับเต็ม

#623386
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4023/2561 นายมาร์ติน เจมส์ เพอร์รี่ โจทก์ บริษัทแคลริตี้ ไอที จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 368 ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ตกลงรับเงินจากจำเลย 100,000 บาท แบ่งชำระเป็น 2 งวด งวดละ 50,000 บาท งวดแรกชำระภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 งวดที่สองชำระภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ส่วนข้อตกลงที่ว่าหากจำเลยผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง (867,765.50 บาท) เป็นข้อตกลงที่มีลักษณะเป็นการบังคับจำเลยกรณีผิดนัดชำระหนี้ จึงต้องตีความสัญญาส่วนนี้ไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คาดหมายในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 ดังนั้น คำว่าผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดในสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้จึงหมายถึงกรณีจำเลยจงใจหรือเจตนาผิดนัดนั่นเอง จำเลยทำรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ในงวดที่หนึ่งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ทำรายการครั้งที่สองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 โดยเป็นการทำรายการโอนเงินก่อนถึงกำหนดตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวด ในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 และวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวดนั้น ธนาคารทำการหักเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยทันที พฤติการณ์ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยจงใจหรือมีเจตนาผิดนัดชำระหนี้อันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท แบ่งเป็น 2 งวด งวดแรกภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 จำนวน 50,000 บาท งวดที่สองภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 จำนวน 50,000 บาท ด้วยการโอนเข้าบัญชีสะสมทรัพย์ของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 911 - 0 - 02xxx - x หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้บังคับคดีได้ทันทีตามจำนวนเงินในคำฟ้อง ต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง คือ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 709 - 1 - 04xxx - x เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด อ้างว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาครบถ้วนในเวลาที่ตกลงกันแล้ว ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การโอนเงินของจำเลยเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสมัครใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำเลยโอนเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความผ่านบริการดังกล่าวให้แก่โจทก์ 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กำหนด ให้โอนเงินในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ครั้งที่สองในวันที่ 9 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 เนื่องจากเป็นการโอนเงินแบบธรรมดาไม่เร่งด่วน จึงมีเงินเข้าบัญชีโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในวันที่ 14 และวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ตามลำดับ จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยโดยนายริชาร์ด กรรมการบริษัทจำเลยเป็นชาวอังกฤษ ไม่สามารถอ่านเขียนฟังภาษาไทยได้ ไม่เคยอ่านรายละเอียดในการใช้บริการเลย และทำการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำไม่เคยมีปัญหา ในส่วนภาษาอังกฤษ ไม่มีคำใดแปลว่าการโอนเงินนั้นจะถึงผู้รับภายใน 3 วันทำการ จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ตกลงรับเงินจากจำเลย 100,000 บาท แบ่งชำระเป็น 2 งวด งวดละ 50,000 บาท งวดแรกชำระภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 งวดที่สองชำระภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ส่วนข้อตกลงที่ว่าหากจำเลยผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง (867,765.50 บาท) เป็นข้อตกลงที่มีลักษณะเป็นการบังคับจำเลยกรณีผิดนัดชำระหนี้ จึงต้องตีความสัญญาส่วนนี้ไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คาดหมายในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ดังนั้น คำว่าผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดในสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้จึงหมายถึงกรณีจำเลยจงใจหรือเจตนาผิดนัดนั่นเอง คดีนี้จำเลยทำรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ในงวดที่หนึ่งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ทำรายการครั้งที่สองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 โดยเป็นการทำรายการโอนเงินก่อนถึงกำหนดตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวด ข้อเท็จจริงยังได้ความอีกว่าในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 และวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวดนั้น ธนาคารทำการหักเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยทันที การที่จำเลยเข้าทำรายการโอนเงินล่วงหน้าในลักษณะดังกล่าวย่อมไม่อาจทำให้คาดหมายได้ว่าจะมีผลทำให้ต้องผิดสัญญาและเสียเบี้ยปรับเป็นเงินอีกกว่า 800,000 บาท จำเลยมิได้มีเจตนาไม่สุจริตเอาเปรียบโจทก์แต่อย่างใด เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยโดยตลอดแล้วยังไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยจงใจหรือมีเจตนาผิดนัดชำระหนี้อันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนการอายัดเงินนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 709 - 1 - 04xxx - x ของจำเลย (นิติ เอื้อจรัสพันธุ์-ธีระพงศ์ จิระภาค-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายประจักษ์ เกียรติ์อนุพงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.380/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3972/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3587/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
623386
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายประจักษ์ เกียรติ์อนุพงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957406"
    }
}
date
2561
deka_no
4023/2561
deka_running_no
4023
deka_year
2561
department
แรงงาน
judges
[
    "นิติ เอื้อจรัสพันธุ์",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 368"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมาร์ติน เจมส์ เพอร์รี่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทแคลริตี้ ไอที จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ 100,000 บาท แบ่งเป็น 2 งวด งวดแรกภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 จำนวน 50,000 บาท งวดที่สองภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 จำนวน 50,000 บาท ด้วยการโอนเข้าบัญชีสะสมทรัพย์ของโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 911 - 0 - 02xxx - x หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้บังคับคดีได้ทันทีตามจำนวนเงินในคำฟ้อง ต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้อง คือ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 709 - 1 - 04xxx - x เพื่อนำเงินมาชำระหนี้

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด อ้างว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาครบถ้วนในเวลาที่ตกลงกันแล้ว

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การโอนเงินของจำเลยเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสมัครใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำเลยโอนเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความผ่านบริการดังกล่าวให้แก่โจทก์ 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กำหนด ให้โอนเงินในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ครั้งที่สองในวันที่ 9 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 เนื่องจากเป็นการโอนเงินแบบธรรมดาไม่เร่งด่วน จึงมีเงินเข้าบัญชีโจทก์ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในวันที่ 14 และวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ตามลำดับ จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยโดยนายริชาร์ด กรรมการบริษัทจำเลยเป็นชาวอังกฤษ ไม่สามารถอ่านเขียนฟังภาษาไทยได้ ไม่เคยอ่านรายละเอียดในการใช้บริการเลย และทำการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำไม่เคยมีปัญหา ในส่วนภาษาอังกฤษ ไม่มีคำใดแปลว่าการโอนเงินนั้นจะถึงผู้รับภายใน 3 วันทำการ จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ตกลงรับเงินจากจำเลย 100,000 บาท แบ่งชำระเป็น 2 งวด งวดละ 50,000 บาท งวดแรกชำระภายในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 งวดที่สองชำระภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ส่วนข้อตกลงที่ว่าหากจำเลยผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง (867,765.50 บาท) เป็นข้อตกลงที่มีลักษณะเป็นการบังคับจำเลยกรณีผิดนัดชำระหนี้ จึงต้องตีความสัญญาส่วนนี้ไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คาดหมายในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ดังนั้น คำว่าผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดในสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้จึงหมายถึงกรณีจำเลยจงใจหรือเจตนาผิดนัดนั่นเอง คดีนี้จำเลยทำรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของโจทก์ในงวดที่หนึ่งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 ทำรายการครั้งที่สองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 กำหนดให้โอนเงินในวันที่ 24 สิงหาคม 2552 โดยเป็นการทำรายการโอนเงินก่อนถึงกำหนดตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวด ข้อเท็จจริงยังได้ความอีกว่าในวันที่ 10 สิงหาคม 2552 และวันที่ 24 สิงหาคม 2552 ซึ่งเป็นวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในแต่ละงวดนั้น ธนาคารทำการหักเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยทันที การที่จำเลยเข้าทำรายการโอนเงินล่วงหน้าในลักษณะดังกล่าวย่อมไม่อาจทำให้คาดหมายได้ว่าจะมีผลทำให้ต้องผิดสัญญาและเสียเบี้ยปรับเป็นเงินอีกกว่า 800,000 บาท จำเลยมิได้มีเจตนาไม่สุจริตเอาเปรียบโจทก์แต่อย่างใด เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยโดยตลอดแล้วยังไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยจงใจหรือมีเจตนาผิดนัดชำระหนี้อันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีในยอดเงินเต็มตามฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนการอายัดเงินนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้องเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนวิทยุ เลขที่บัญชี 709 - 1 - 04xxx - x ของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3972/2552
primary_red_case_no
พ3587/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000164.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.380/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561