คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2561 ฉบับเต็ม

#623443
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2561 นางจันทร์ จันทร์หอม โจทก์ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน จำเลย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) กำหนดบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน คือ บุตรมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เว้นแต่เมื่อมีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ จึงมีความหมายชัดแจ้งแล้วว่าบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจะต้องเป็นบุตรที่มีอายุต่ำกว่าอายุสิบแปดปีเสียก่อน และหากบุตรซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นได้รับค่าทดแทนแล้ว ต่อมามีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีก็จะได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดเวลาที่ยังศึกษา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 134/2558 ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากนางสาวพรรณศิริ เป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายค่ำ ผู้ตาย มีอายุเกิน 18 ปี และไม่ได้ศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนเพียงผู้เดียว ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นมารดานายค่ำ ส่วนนางสาวพรรณศิริ อายุ 21 ปีเศษ เป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายค่ำ นายค่ำถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 เนื่องจากการทำงาน จำเลยวินิจฉัยว่า โจทก์และนางสาวพรรณศิริมีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากนายจ้าง...(3) บุตรมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เว้นแต่เมื่อมีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่" เป็นบทบัญญัติที่ถือเอาอายุและการศึกษาเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ไม่ได้บัญญัติว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือเอาความเป็นบุตรตามความเป็นจริง นางสาวพรรณศิริเป็นบุตรตามความเป็นจริงของนายค่ำ ส่วนการศึกษา กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะให้บุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ได้รับการศึกษาต่อเนื่องจนจบชั้นปริญญาตรี จึงกำหนดให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน แสดงว่าในขณะที่ผู้ตายถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริต้องกำลังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรีจึงจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทน แต่นางสาวพรรณศิริสมัครเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงชั้นปริญญาตรีภาค 1 ปีการศึกษา 2556 ส่วนภาคเรียนที่ 2 ไม่มีการลงทะเบียนเรียนแต่อย่างใด ถือว่านางสาวพรรณศิริขาดสถานภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว ตามระเบียบการรับสมัครเข้าเป็นนักศึกษาและแผนกำหนดการศึกษาชั้นปริญญาตรีส่วนกลาง พ.ศ.2558 แสดงว่าขณะที่นายค่ำประสบอันตรายถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริไม่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว ที่จำเลยอ้างว่านางสาวพรรณศิริเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงชั้นปีที่ 2 และศึกษาต่อเนื่องมาตลอดตามลำดับนั้น และใบรับรองการเป็นนักศึกษาเป็นกรณีที่นางสาวพรรณศิริสมัครเป็นนักศึกษาใหม่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่นายค่ำถึงแก่ความตาย นางสาวพรรณศิริจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน พิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 134/2558 จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ขณะนายค่ำถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริยังคงศึกษาต่อเนื่องเรื่อยมาในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) กำหนดบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน คือ บุตรมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เว้นแต่เมื่อมีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ จึงมีความหมายชัดแจ้งแล้วว่าบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจะต้องเป็นบุตรที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเสียก่อน และหากบุตรซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นได้รับค่าทดแทนแล้ว ต่อมามีอายุครบสิบแปดปีและยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีก็จะได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดเวลาที่ยังศึกษา เมื่อปรากฏว่าขณะนายค่ำลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายนั้น นางสาวพรรณศิริมีอายุ 21 ปีเศษ นางสาวพรรณศิริจึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) มิใช่เป็นกรณีกฎหมายไม่ได้บัญญัติโดยชัดแจ้งดังที่จำเลยกล่าวอ้างในอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ทวีป ตันสวัสดิ์-ธีระพงศ์ จิระภาค-จักษ์ชัย เยพิทักษ์) ศาลแรงงานกลาง - นายจีรวัฒน์ สุวัตถิกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.760/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สป582/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สป373/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
623443
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายจีรวัฒน์ สุวัตถิกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957532"
    }
}
date
2561
deka_no
3595/2561
deka_running_no
3595
deka_year
2561
department
แรงงาน
judges
[
    "ทวีป ตันสวัสดิ์",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "จักษ์ชัย เยพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 20 วรรคหนึ่ง (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจันทร์ จันทร์หอม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 134/2558 ของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากนางสาวพรรณศิริ เป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายค่ำ ผู้ตาย มีอายุเกิน 18 ปี และไม่ได้ศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนเพียงผู้เดียว ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นมารดานายค่ำ ส่วนนางสาวพรรณศิริ อายุ 21 ปีเศษ เป็นบุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายค่ำ นายค่ำถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 เนื่องจากการทำงาน จำเลยวินิจฉัยว่า โจทก์และนางสาวพรรณศิริมีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทนตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจากนายจ้าง...(3) บุตรมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เว้นแต่เมื่อมีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่" เป็นบทบัญญัติที่ถือเอาอายุและการศึกษาเป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ไม่ได้บัญญัติว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือเอาความเป็นบุตรตามความเป็นจริง นางสาวพรรณศิริเป็นบุตรตามความเป็นจริงของนายค่ำ ส่วนการศึกษา กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะให้บุตรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ได้รับการศึกษาต่อเนื่องจนจบชั้นปริญญาตรี จึงกำหนดให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน แสดงว่าในขณะที่ผู้ตายถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริต้องกำลังศึกษาอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรีจึงจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทน แต่นางสาวพรรณศิริสมัครเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงชั้นปริญญาตรีภาค 1 ปีการศึกษา 2556 ส่วนภาคเรียนที่ 2 ไม่มีการลงทะเบียนเรียนแต่อย่างใด ถือว่านางสาวพรรณศิริขาดสถานภาพการเป็นนักศึกษาแล้ว ตามระเบียบการรับสมัครเข้าเป็นนักศึกษาและแผนกำหนดการศึกษาชั้นปริญญาตรีส่วนกลาง พ.ศ.2558 แสดงว่าขณะที่นายค่ำประสบอันตรายถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริไม่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว ที่จำเลยอ้างว่านางสาวพรรณศิริเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงชั้นปีที่ 2 และศึกษาต่อเนื่องมาตลอดตามลำดับนั้น และใบรับรองการเป็นนักศึกษาเป็นกรณีที่นางสาวพรรณศิริสมัครเป็นนักศึกษาใหม่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่นายค่ำถึงแก่ความตาย นางสาวพรรณศิริจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน พิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 134/2558

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ขณะนายค่ำถึงแก่ความตายนางสาวพรรณศิริยังคงศึกษาต่อเนื่องเรื่อยมาในระดับที่ไม่สูงกว่าปริญญาตรี จึงมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) กำหนดบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทน คือ บุตรมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เว้นแต่เมื่อมีอายุครบสิบแปดปี และยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี ให้ได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ จึงมีความหมายชัดแจ้งแล้วว่าบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจะต้องเป็นบุตรที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเสียก่อน และหากบุตรซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีนั้นได้รับค่าทดแทนแล้ว ต่อมามีอายุครบสิบแปดปีและยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีก็จะได้รับส่วนแบ่งต่อไปตลอดเวลาที่ยังศึกษา เมื่อปรากฏว่าขณะนายค่ำลูกจ้างประสบอันตรายถึงแก่ความตายนั้น นางสาวพรรณศิริมีอายุ 21 ปีเศษ นางสาวพรรณศิริจึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3) มิใช่เป็นกรณีกฎหมายไม่ได้บัญญัติโดยชัดแจ้งดังที่จำเลยกล่าวอ้างในอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
สป582/2558
primary_red_case_no
สป373/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000165.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.760/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561