ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 119/2561
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้รับความเห็น
นายสิริวัฒน์ วรเนตรสุทธิกุล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
โจทก์
อธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา
คดีที่โจทก์ทั้งสองเป็นเอกชน ยื่นฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ ๒ นายอำเภอสตึก ที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สาขาอำเภอสตึก ที่ ๔ จำเลย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์คนละ ๑ แปลง ได้มาโดยการซื้อมาจากเจ้าของเดิม และจดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ถูกจำเลยทั้งสี่ร่วมกันออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๑๗๖๗ แปลง "กุดมนสาธารณประโยชน์" ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว ห้ามจำเลยทั้งสี่พร้อมบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสี่งดการกระทำใด ๆ หรือการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๑๗๖๗ หรือเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวในส่วนที่ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ส่วนจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ บร ๑๗๖๗ แปลง "กุดมนสาธารณประโยชน์" ราษฎรในพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยการจับสัตว์น้ำเป็นอาหาร และใช้เลี้ยงสัตว์ จึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงชอบด้วยกฎหมาย โดยแนวเขตที่ดินไม่มีทิศใดจดที่ดินและทับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ทั้งสอง เห็นว่า แม้เหตุแห่งการฟ้องคดีจะสืบเนื่องมาจากการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของโจทก์ทั้งสองที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ดังจะเห็นได้จากคำขอของโจทก์ทั้งสองประการสำคัญว่า ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของตน และเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในส่วนที่ทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง ดังนั้น การที่ศาลจะมี คำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้นั้น จำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า ที่ดินพิพาทโจทก์ทั้งสองเป็นผู้สิทธิครอบครองหรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
คดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน