คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3728/2561 ฉบับเต็ม

#624893
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3728/2561 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายชัชวาลย์ ไวนิยมพงศ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยปัญหาตามข้ออุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ย่อมเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก จำเลยให้การรับสารภาพและได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น แต่ในวันที่ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อฟังผลการชำระหนี้หรือนัดฟังคำพิพากษา จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มตามสัญญาประกันแล้วเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ครั้งถึงวันนัดฟังคำพิพากษาโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาที่พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ปี 6 เดือน ให้โจทก์ฟัง และให้ออกหมายจับจำเลยมาปฏิบัติตามผลของคำพิพากษา หลังจากนั้นทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เรื่อยมาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จนกระทั่งทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 6 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เป็นครั้งสุดท้าย ครั้นวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ตามคำสั่งในคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 6 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 กรณีตามคำร้องของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้อง ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โดยจำเลยไม่มาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ทนายจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยปัญหาตามข้ออุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย (อารยา วิชิตชลชัย-อดิศักดิ์ ปัตรวลี-พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์) ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นางสาววรทิพย์ นิมิตชัยธรรม ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสรชัย จตุรภัทรวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.669/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5253/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4691/2559 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
624893
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด",
        "judge": "นางสาววรทิพย์ นิมิตชัยธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสรชัย จตุรภัทรวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957418"
    }
}
date
2561
deka_no
3728/2561
deka_running_no
3728
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "อารยา วิชิตชลชัย",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 198 ทวิ วรรคสาม"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัชวาลย์ ไวนิยมพงศ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก จำเลยให้การรับสารภาพและได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น แต่ในวันที่ศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อฟังผลการชำระหนี้หรือนัดฟังคำพิพากษา จำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มตามสัญญาประกันแล้วเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ครั้งถึงวันนัดฟังคำพิพากษาโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาที่พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ปี 6 เดือน ให้โจทก์ฟัง และให้ออกหมายจับจำเลยมาปฏิบัติตามผลของคำพิพากษา หลังจากนั้นทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เรื่อยมาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จนกระทั่งทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 6 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เป็นครั้งสุดท้าย ครั้นวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ตามคำสั่งในคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 6 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 กรณีตามคำร้องของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ยกคำร้อง

ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกจำเลย แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ โดยจำเลยไม่มาแสดงตนต่อเจ้าพนักงานศาลในขณะยื่นอุทธรณ์ จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย

ทนายจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ทนายจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลย ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นแต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เนื่องจากจำเลยไม่มาแสดงตน เช่นนี้ การที่ทนายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยปัญหาตามข้ออุทธรณ์แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5253/2558
primary_red_case_no
อ4691/2559
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000164.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.669/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561