คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5229/2561 ฉบับเต็ม

#626045
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5229/2561 นิติบุคคลอาคารชุดวิคเตอรี่วิว บี โจทก์ นางสาวอัมพิกา เตียบัวแก้วหรือเตียวบัวแก้ว จำเลย พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 มาตรา 18 เมื่อปรากฏว่าตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์ต้องเป็นผู้ชำระหนี้สินค้างชำระต่อนิติบุคคลอาคารชุด การที่ธนาคาร อ. เข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์เท่ากับธนาคาร อ. ตกลงยอมรับข้อกำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดดังกล่าว เมื่อจำเลยมีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางค้างชำระแก่โจทก์ ธนาคาร อ. ผู้ประมูลซื้อห้องชุดดังกล่าวย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเดิม ธนาคาร อ. จึงมีหน้าที่ที่จะต้องรับภาระหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับหนี้ค่าส่วนกลางที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาจากจำเลยอีก ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนทั้งสิ้น 191,705.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงร่วมกันว่าจำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 103/60 และจำนองไว้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ซื้อห้องชุดนั้น แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 28,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทอาคารชุดมอบอำนาจให้นายศุภกิจ ฟ้องและดำเนินคดี เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 103/60 เนื้อที่ 28.80 ตารางเมตร และค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 ถึงเดือนตุลาคม 2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ซื้อห้องชุดดังกล่าวจากการขายทอดตลาด แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะห้องชุดของจำเลยถูกยึดทรัพย์นำออกขายทอดตลาดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2550 ภาระหนี้ค่าส่วนกลางที่ค้างชำระย่อมตกแก่ผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยไม่จำต้องรับผิดชำระค่าส่วนกลางแก่โจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เมื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นผู้ประมูลซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ และมีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยค้างชำระอยู่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยินยอมรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวแทนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยจึงพ้นจากความรับผิดในหนี้ค่าส่วนกลางดังกล่าว เห็นว่า เมื่อมีการขายทอดตลาดผู้ซื้อหรือผู้เสนอราคารวมถึงผู้เข้าร่วมประมูลซื้อต้องเข้าใจและตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดว่ามีการค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางหรือไม่ อย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าร่วมประมูลซื้อในการขายทอดตลาดดังกล่าว โดยนำมาเป็นข้อมูลในการเสนอราคา ดังนั้นการเสนอราคามากน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับภาระว่ามีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางที่ยังคงค้างชำระอยู่เป็นจำนวนเท่าใด อันจะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะเสนอราคาที่เหมาะสมเพื่อซื้อทรัพย์นั้น และเมื่อมีการขายทอดตลาดได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก็จะนำไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเจ้าของทรัพย์ที่ขายทอดตลาดนั้น เมื่อปรากฏว่าตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์ต้องเป็นผู้ชำระหนี้สินค้างชำระต่อนิติบุคคลอาคารชุด การที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์เข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์เท่ากับธนาคารอาคารสงเคราะห์ตกลงยอมรับข้อกำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดดังกล่าว เมื่อจำเลยมีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางค้างชำระแก่โจทก์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ผู้ประมูลซื้อห้องชุดดังกล่าว ย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเดิม ธนาคารอาคารสงเคราะห์จึงมีหน้าที่ที่จะต้องรับภาระหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับหนี้ค่าส่วนกลางตามที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาจากจำเลยอีก ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (พิศิฏฐ์ สุดลาภา-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล) ศาลแขวงปทุมวัน - นายพิชยนต์ นิพาสพงษ์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุภัทร อยู่ถนอม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบพ.93/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ผบ350/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ผบ70/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
626045
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงปทุมวัน",
        "judge": "นายพิชยนต์ นิพาสพงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุภัทร อยู่ถนอม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957058"
    }
}
date
2561
deka_no
5229/2561
deka_running_no
5229
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 18"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นิติบุคคลอาคารชุดวิคเตอรี่วิว บี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอัมพิกา เตียบัวแก้วหรือเตียวบัวแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนทั้งสิ้น 191,705.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงร่วมกันว่าจำเลยเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 103/60 และจำนองไว้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ซื้อห้องชุดนั้น แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 28,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทอาคารชุดมอบอำนาจให้นายศุภกิจ ฟ้องและดำเนินคดี เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ 103/60 เนื้อที่ 28.80 ตารางเมตร และค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 ถึงเดือนตุลาคม 2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ซื้อห้องชุดดังกล่าวจากการขายทอดตลาด แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะห้องชุดของจำเลยถูกยึดทรัพย์นำออกขายทอดตลาดให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2550 ภาระหนี้ค่าส่วนกลางที่ค้างชำระย่อมตกแก่ผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยไม่จำต้องรับผิดชำระค่าส่วนกลางแก่โจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า เมื่อธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นผู้ประมูลซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ และมีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางที่จำเลยค้างชำระอยู่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยินยอมรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวแทนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยจึงพ้นจากความรับผิดในหนี้ค่าส่วนกลางดังกล่าว เห็นว่า เมื่อมีการขายทอดตลาดผู้ซื้อหรือผู้เสนอราคารวมถึงผู้เข้าร่วมประมูลซื้อต้องเข้าใจและตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดว่ามีการค้างชำระค่าใช้จ่ายส่วนกลางหรือไม่ อย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าร่วมประมูลซื้อในการขายทอดตลาดดังกล่าว โดยนำมาเป็นข้อมูลในการเสนอราคา ดังนั้นการเสนอราคามากน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับภาระว่ามีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางที่ยังคงค้างชำระอยู่เป็นจำนวนเท่าใด อันจะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะเสนอราคาที่เหมาะสมเพื่อซื้อทรัพย์นั้น และเมื่อมีการขายทอดตลาดได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก็จะนำไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเจ้าของทรัพย์ที่ขายทอดตลาดนั้น เมื่อปรากฏว่าตามประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์ต้องเป็นผู้ชำระหนี้สินค้างชำระต่อนิติบุคคลอาคารชุด การที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์เข้าร่วมประมูลซื้อทรัพย์เท่ากับธนาคารอาคารสงเคราะห์ตกลงยอมรับข้อกำหนดเงื่อนไขในประกาศขายทอดตลาดดังกล่าว เมื่อจำเลยมีหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางค้างชำระแก่โจทก์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ผู้ประมูลซื้อห้องชุดดังกล่าว ย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร่วมเดิม ธนาคารอาคารสงเคราะห์จึงมีหน้าที่ที่จะต้องรับภาระหนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับหนี้ค่าส่วนกลางตามที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาจากจำเลยอีก ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ผบ350/2553
primary_red_case_no
ผบ70/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000161.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบพ.93/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561