คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5127/2561 ฉบับเต็ม

#626053
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5127/2561 บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทวี.ออฟฟิศ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ทำละเมิด แต่คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีไม่ขาดอายุความ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่าไม่ได้ทำละเมิด เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเสียแล้ว การวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่ามิได้ทำละเมิดจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลที่สูงกว่าย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ทำละเมิดไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 อีกต่อไป และจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 จะมีสิทธิฎีกาได้ต่อเมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิของจำเลยที่ 1 แต่คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หาได้กระทบกระเทือนหรือมีผลทำให้จำเลยที่ 1 อาจได้รับความเสียหายแต่ประการใดไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นละเมิด จึงไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 49,795,984 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แต่ไม่รับวินิจฉัย จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนซึ่งจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ 593/2556 ของศาลชั้นต้นเป็นการใช้สิทธิฟ้องคดีโดยชอบและโดยสุจริต ไม่เป็นละเมิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ว่า คดีก่อนจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิฟ้องเกินส่วน เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 ถือว่าเป็นการจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิด แต่คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์และแก้อุทธรณ์ของโจทก์ว่าการฟ้องคดีก่อนไม่เป็นละเมิด ดังนี้ หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ก็จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่าการฟ้องคดีก่อนของจำเลยที่ 1 เป็นละเมิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเสียแล้ว การวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ว่ามิได้กระทำละเมิดจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี และการที่ศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลที่สูงกว่าพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยว่าการฟ้องคดีก่อนเป็นละเมิดหรือไม่ ย่อมมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าการฟ้องคดีก่อนเป็นการกระทำละเมิดไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 อีกต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 จะมีสิทธิฎีกาได้ต่อเมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิของจำเลยที่ 1 แต่คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หาได้กระทบกระเทือนหรือมีผลทำให้จำเลยที่ 1 อาจได้รับความเสียหายแต่ประการใดไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องคดีก่อนโดยชอบไม่เป็นละเมิด จึงไม่เป็นสาระแก่คดี เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (บุญไทย อิศราประทีปรัตน์-ประทีป ดุลพินิจธรรมา-โสภณ บางยี่ขัน) ศาลแพ่ง - นายสุรพล กล่อมจิตต์ ศาลอุทธรณ์ - นายไชยผล สุรวงษ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.670/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5424/2557 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4835/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
626053
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสุรพล กล่อมจิตต์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายไชยผล สุรวงษ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957065"
    }
}
date
2561
deka_no
5127/2561
deka_running_no
5127
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "บุญไทย อิศราประทีปรัตน์",
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา",
    "โสภณ บางยี่ขัน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวี.ออฟฟิศ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 49,795,984 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 200 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 แต่ไม่รับวินิจฉัย จึงขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนซึ่งจำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ 593/2556 ของศาลชั้นต้นเป็นการใช้สิทธิฟ้องคดีโดยชอบและโดยสุจริต ไม่เป็นละเมิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 ว่า คดีก่อนจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิฟ้องเกินส่วน เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 ถือว่าเป็นการจงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิด แต่คดีโจทก์ขาดอายุความ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์และแก้อุทธรณ์ของโจทก์ว่าการฟ้องคดีก่อนไม่เป็นละเมิด ดังนี้ หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ก็จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่าการฟ้องคดีก่อนของจำเลยที่ 1 เป็นละเมิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยหรือไม่ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเสียแล้ว การวินิจฉัยปัญหาที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์ว่ามิได้กระทำละเมิดจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี และการที่ศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นศาลที่สูงกว่าพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยว่าการฟ้องคดีก่อนเป็นละเมิดหรือไม่ ย่อมมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าการฟ้องคดีก่อนเป็นการกระทำละเมิดไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 อีกต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 จะมีสิทธิฎีกาได้ต่อเมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิของจำเลยที่ 1 แต่คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หาได้กระทบกระเทือนหรือมีผลทำให้จำเลยที่ 1 อาจได้รับความเสียหายแต่ประการใดไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ฟ้องคดีก่อนโดยชอบไม่เป็นละเมิด จึงไม่เป็นสาระแก่คดี เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5424/2557
primary_red_case_no
พ4835/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000161.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.670/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561