คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7503/2561 ฉบับเต็ม

#627261
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7503/2561 พนักงานอัยการจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายคำพูล เขตุเจริญ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 56 สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 นับถึงวันกระทำความผิดคดีนี้แม้จะเกินกว่า 5 ปีก็ตาม แต่เมื่อมากระทำความผิดคดีนี้ซึ่งไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขตาม ป.อ. มาตรา 56 ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้ ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 และกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 จึงยังพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี ทั้งความผิดในคดีก่อนคือคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 837/2552 ของศาลจังหวัดนางรอง และความผิดคดีนี้ต่างก็ไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยโทษจำคุกในคดีก่อนมีกำหนด 5 ปี 3 เดือน ซึ่งเป็นโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือน กรณีของจำเลยที่ 2 จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้เช่นเดียวกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 5, 6, 7, 60, 141, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 92 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และที่ 4 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 และที่ 4 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 141 ประกอบมาตรา 60 (ที่ถูก มาตรา 60 วรรคหนึ่ง, 141) จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ทั้งเห็นว่าจำเลยทั้งสี่ยังสามารถแก้ไขกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ จึงให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และที่ 4 นั้น เห็นว่าศาลมิได้ลงโทษจำคุก จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 200,000 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 100,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงว่า ศาลจะรอการกำหนดโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 นับถึงวันกระทำความผิดคดีนี้แม้จะเกินกว่า 5 ปีก็ตาม แต่เมื่อมากระทำความผิดคดีนี้ซึ่งไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้ ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 และกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 จึงยังพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี ทั้งความผิดในคดีก่อนคือคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 837/2552 ของศาลจังหวัดนางรอง และความผิดคดีนี้ต่างก็ไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยโทษจำคุกในคดีก่อนมีกำหนด 5 ปี 3 เดือน ซึ่งเป็นโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือน กรณีของจำเลยที่ 2 จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รอการกำหนดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-นิพนธ์ ใจสำราญ-ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล) ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายธีระนันท์ อ่วมเจิม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมเกียรติ อุ่นอนันต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สวอ.133/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ678/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ933/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
627261
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี",
        "judge": "นายธีระนันท์ อ่วมเจิม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมเกียรติ อุ่นอนันต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081956334"
    }
}
date
2561
deka_no
7503/2561
deka_running_no
7503
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ",
    "ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 56"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกบินทร์บุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายคำพูล เขตุเจริญ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 5, 6, 7, 60, 141, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 92 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และที่ 4 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพตามฟ้อง และจำเลยที่ 2 และที่ 4 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 141 ประกอบมาตรา 60 (ที่ถูก มาตรา 60 วรรคหนึ่ง, 141) จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ทั้งเห็นว่าจำเลยทั้งสี่ยังสามารถแก้ไขกลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ จึงให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 และที่ 4 นั้น เห็นว่าศาลมิได้ลงโทษจำคุก จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 คนละ 200,000 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 100,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงว่า ศาลจะรอการกำหนดโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 นับถึงวันกระทำความผิดคดีนี้แม้จะเกินกว่า 5 ปีก็ตาม แต่เมื่อมากระทำความผิดคดีนี้ซึ่งไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้ ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 และกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 จึงยังพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี ทั้งความผิดในคดีก่อนคือคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 837/2552 ของศาลจังหวัดนางรอง และความผิดคดีนี้ต่างก็ไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ โดยโทษจำคุกในคดีก่อนมีกำหนด 5 ปี 3 เดือน ซึ่งเป็นโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือน กรณีของจำเลยที่ 2 จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการกำหนดโทษให้ได้เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รอการกำหนดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ678/2560
primary_red_case_no
อ933/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000155.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สวอ.133/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561