คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8343/2561 ฉบับเต็ม

#627337
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8343/2561 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายวิชัยหรือแดง กล้าหาญ จำเลย ป.อ. มาตรา 22, มาตรา 58 คดีที่มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีนี้ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และพิพากษาถึงส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีดังกล่าวว่า คดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลมีคำพิพากษาภายหลัง จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แนบท้ายฎีกาของโจทก์ จำเลยไม่ได้แก้ฎีกาว่าสำเนาคำพิพากษาดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงแสดงให้เห็นว่าการพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวมีขึ้นก่อนคดีนี้ ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ของศาลอุทธรณ์จึงปรากฏข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์แล้วว่าคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จึงต้องนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ไม่นับโทษต่อให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335 357 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1064/2560 หมายเลขแดงที่ 2828/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2646/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2647/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2648/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3090/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3091/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3092/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพข้อหารับของโจร และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 9 เดือน และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน 15 วัน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 4 ครั้ง และกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อนั้น เนื่องจากศาลมิได้พิพากษาจำคุก จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ และยกฟ้องโจทก์ในข้อหาลักทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ ไม่คุมความประพฤติของจำเลย และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยนี้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1064/2560 หมายเลขแดงที่ 2828/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2646/2560 หมายเลขแดงที่ 3524/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2647/2560 หมายเลขแดงที่ 3525/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2648/2560 หมายเลขแดงที่ 3526/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3090/2560 หมายเลขแดงที่ 4085/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3091/2560 หมายเลขแดงที่ 4086/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3092/2560 หมายเลขแดงที่ 4087/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 หมายเลขแดงที่ 4089/2560 ของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้นนั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาภายหลังคดีนี้ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 หมายเลขแดงที่ 4088/2560 ของศาลชั้นต้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีนี้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาจำคุกจำเลย 4 เดือน 15 วัน และพิพากษาถึงส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 (คดีนี้) คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3095/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้น ว่าคดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้นศาลมีคำพิพากษาภายหลัง จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แนบท้ายฎีกาของโจทก์ ซึ่งจำเลยไม่ได้แก้ฎีกาว่าสำเนาคำพิพากษาดังกล่าวไม่ถูกต้องแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าการพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีขึ้นก่อนคดีนี้ ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงปรากฏข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้วว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จึงต้องนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่นับโทษต่อให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 3093/2560 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4088/2560 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 (พฤษภา พนมยันตร์-ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-วันชัย ศศิโรจน์) ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายอุกฤษฎ์ ศรีอ่ำดี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางจันทนา ตันไชย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2513/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3095/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4090/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
627337
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี",
        "judge": "นายอุกฤษฎ์ ศรีอ่ำดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นางจันทนา ตันไชย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081956075"
    }
}
date
2561
deka_no
8343/2561
deka_running_no
8343
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "วันชัย ศศิโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22",
            "ม. 58"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิชัยหรือแดง กล้าหาญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335 357 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1064/2560 หมายเลขแดงที่ 2828/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2646/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2647/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2648/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3090/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3091/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3092/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหารับของโจร และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 9 เดือน และปรับ 8,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน 15 วัน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ 4 ครั้ง และกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อนั้น เนื่องจากศาลมิได้พิพากษาจำคุก จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ และยกฟ้องโจทก์ในข้อหาลักทรัพย์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ ไม่คุมความประพฤติของจำเลย และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยนี้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1064/2560 หมายเลขแดงที่ 2828/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2646/2560 หมายเลขแดงที่ 3524/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2647/2560 หมายเลขแดงที่ 3525/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2648/2560 หมายเลขแดงที่ 3526/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3090/2560 หมายเลขแดงที่ 4085/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3091/2560 หมายเลขแดงที่ 4086/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3092/2560 หมายเลขแดงที่ 4087/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 หมายเลขแดงที่ 4089/2560 ของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้นนั้น ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาภายหลังคดีนี้ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 หมายเลขแดงที่ 4088/2560 ของศาลชั้นต้น ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีคำขอท้ายฟ้องให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีนี้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาจำคุกจำเลย 4 เดือน 15 วัน และพิพากษาถึงส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3094/2560 (คดีนี้) คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3095/2560 คดีอาญาหมายเลขดำที่ 3096/2560 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3097/2560 ของศาลชั้นต้น ว่าคดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้นศาลมีคำพิพากษาภายหลัง จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แนบท้ายฎีกาของโจทก์ ซึ่งจำเลยไม่ได้แก้ฎีกาว่าสำเนาคำพิพากษาดังกล่าวไม่ถูกต้องแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าการพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีขึ้นก่อนคดีนี้ ระหว่างการพิจารณาคดีนี้ของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงปรากฏข้อเท็จจริงต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้วว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3093/2560 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จึงต้องนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่นับโทษต่อให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 3093/2560 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4088/2560 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3095/2560
primary_red_case_no
อ4090/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000153.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2513/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561