คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2558 ฉบับเต็ม

#627367
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2558 นายชูศักดิ์ อัศวานันท์ โจทก์ นายสุนทร อัศวานันท์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2), มาตรา (4) ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เจ้าพนักงานบังคับคดีกับพวกซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีได้ร่วมกันยึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง 22 รายการ มูลค่า 58,397,200 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองตามที่ระบุในหมายบังคับคดีคือบ้านเลขที่ 1077 แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไปยึดทรัพย์บางส่วนที่บ้านเลขที่ 58/4 กับ 58/5 เป็นการบุกรุกรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยทั้งสอง และทำรายงานเท็จว่ายึดทรัพย์สินทุกรายการที่บ้านเลขที่ 1077 ดังกล่าว การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ บัญชียึดทรัพย์ ประกาศการยึดทรัพย์ และงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนเป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่า คำขออันใดจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ มีโอกาสคัดค้านก่อน..." และตาม (4) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลต้องออกคำสั่งอนุญาตตามคำขอที่ได้เสนอต่อศาลนั้น โดยไม่ต้องทำการไต่สวนแล้ว ก็ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งตามคำขอนั้น..." การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองและยกคำร้องจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้ตรวจดูคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว ก็เห็นว่าเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองก่อนดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นชอบตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมชาย พันธุมะโอภาส-ประทีป ดุลพินิจธรรมา-อิสสระ นิ่มละมัย) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
627367
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972970"
    }
}
date
2558
deka_no
2403/2558
deka_running_no
2403
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พันธุมะโอภาส",
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา",
    "อิสสระ นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายชูศักดิ์ อัศวานันท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุนทร อัศวานันท์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เจ้าพนักงานบังคับคดีกับพวกซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีได้ร่วมกันยึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง 22 รายการ มูลค่า 58,397,200 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่ต้องยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองตามที่ระบุในหมายบังคับคดีคือบ้านเลขที่ 1077 แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไปยึดทรัพย์บางส่วนที่บ้านเลขที่ 58/4 กับ 58/5 เป็นการบุกรุกรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของจำเลยทั้งสอง และทำรายงานเท็จว่ายึดทรัพย์สินทุกรายการที่บ้านเลขที่ 1077 ดังกล่าว การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดทรัพย์ บัญชียึดทรัพย์ ประกาศการยึดทรัพย์ และงดการบังคับคดีไว้ในระหว่างการพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์โดยไม่ทำการไต่สวนเป็นการกระทำโดยชอบหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่า คำขออันใดจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ มีโอกาสคัดค้านก่อน..." และตาม (4) "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลต้องออกคำสั่งอนุญาตตามคำขอที่ได้เสนอต่อศาลนั้น โดยไม่ต้องทำการไต่สวนแล้ว ก็ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งตามคำขอนั้น..." การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองและยกคำร้องจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นตรวจคำร้องของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบแล้ว จึงไม่มีเหตุเพิกถอนการยึดทรัพย์ เป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยตามที่เห็นสมควรว่าจากคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนก็ชอบที่จะกระทำได้ ในกรณีเช่นนี้ศาลชอบที่จะมีคำสั่งตามคำร้องไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้ตรวจดูคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองประกอบเอกสารท้ายคำร้องแล้ว ก็เห็นว่าเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองก่อนดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นชอบตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000297.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558