คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3857/2558 ฉบับเต็ม

#627381
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3857/2558 บริษัทบีช คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้ร้อง บริษัทดวงจิตต์ จำกัด ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 242 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี จึงเป็นกรณีที่กฎหมายวางหลักเกณฑ์ในเรื่องของการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้โดยเฉพาะว่าให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด การที่ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีกรณีที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้รับคำอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไว้หรือให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทำอุทธรณ์ขึ้นมาใหม่ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงิน 454,504.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายชั้นอนุญาโตตุลาการให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านออกฝ่ายละครึ่ง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรมระหว่าง บริษัทบีช คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้เรียกร้อง กับบริษัทดวงจิตต์ จำกัด ผู้คัดค้าน โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงิน 454,504.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ (วันที่ 31 สิงหาคม 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่บริษัท บีช คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้เรียกร้อง ให้ผู้เรียกร้องและผู้คัดค้านออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายชั้นอนุญาโตตุลาการฝ่ายละครึ่ง กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีนี้แทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นของผู้คัดค้านให้ยก ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่า คดีนี้ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้วเห็นว่า การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ดังนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบที่จะส่งสำนวนกลับคืนศาลชั้นต้นเพื่อส่งสำนวนพร้อมอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไปยังศาลฎีกา หรือให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทำอุทธรณ์ใหม่ไปยังศาลฎีกาเพื่อศาลชั้นต้นจะได้รวบรวมส่งไปยังศาลฎีกาโดยตรง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กลับมีคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์และพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี จึงเป็นกรณีที่กฎหมายวางหลักเกณฑ์ในเรื่องของการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้โดยเฉพาะว่าให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด ดังนั้นการที่ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีกรณีที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้รับคำอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไว้หรือให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทำอุทธรณ์ขึ้นมาใหม่ตามที่ผู้คัดค้านฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์-ประทีป ดุลพินิจธรรมา-อิสสระ นิ่มละมัย) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
627381
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081972397"
    }
}
date
2558
deka_no
3857/2558
deka_running_no
3857
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์",
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา",
    "อิสสระ นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 242"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 45 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบีช คอนสตรัคชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทดวงจิตต์ จำกัด"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงิน 454,504.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันชี้ขาดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายชั้นอนุญาโตตุลาการให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านออกฝ่ายละครึ่ง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ

ผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรมระหว่าง บริษัทบีช คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้เรียกร้อง กับบริษัทดวงจิตต์ จำกัด ผู้คัดค้าน โดยให้ผู้คัดค้านชำระเงิน 454,504.68 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ (วันที่ 31 สิงหาคม 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่บริษัท บีช คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้เรียกร้อง ให้ผู้เรียกร้องและผู้คัดค้านออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายชั้นอนุญาโตตุลาการฝ่ายละครึ่ง กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีนี้แทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นของผู้คัดค้านให้ยก

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่ผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่า คดีนี้ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้วเห็นว่า การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ดังนั้นศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบที่จะส่งสำนวนกลับคืนศาลชั้นต้นเพื่อส่งสำนวนพร้อมอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไปยังศาลฎีกา หรือให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทำอุทธรณ์ใหม่ไปยังศาลฎีกาเพื่อศาลชั้นต้นจะได้รวบรวมส่งไปยังศาลฎีกาโดยตรง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กลับมีคำวินิจฉัยไม่รับอุทธรณ์และพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี จึงเป็นกรณีที่กฎหมายวางหลักเกณฑ์ในเรื่องของการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้โดยเฉพาะว่าให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด ดังนั้นการที่ผู้คัดค้านยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีกรณีที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้รับคำอุทธรณ์ของผู้คัดค้านไว้หรือให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านทำอุทธรณ์ขึ้นมาใหม่ตามที่ผู้คัดค้านฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000292.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558