คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8440/2561 ฉบับเต็ม

#629032
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8440/2561 บริษัท ม. ผู้ร้อง ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2), มาตรา 40 (ข) คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า การยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า จ. ตัวแทนของ อ. ติดต่อกับ ร. ลูกจ้างของ ท. ผู้เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้อง ขอทำประกันวินาศภัย ประเภท 3 สำหรับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย ประเภท 3 เป็นอัตราเบี้ยตายตัว ทั้งตามอุทธรณ์ของผู้ร้องก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ท. และ ธ. สองสามีภริยา เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้องมีสำนักงานที่จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานตัวแทนสามารถออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัย ประเภท 3 ได้เอง ดังนั้น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 จ. เสนอเอาประกันวินาศภัย ประเภท 3 ให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร ร. รับเรื่องไว้ โดยสำนักงานตัวแทนของ ท. มีอำนาจออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัย ประเภท 3 ได้เอง จึงเป็นการสนองตอบ สัญญาประกันวินาศภัยย่อมเกิดขึ้นทันที ส่วนเอกสารกรมธรรม์จะออกได้เมื่อใดเป็นกระบวนการภายในของผู้ร้อง ผู้เอาประกันภัยจะชำระเบี้ยประกันเมื่อใดขึ้นอยู่กับการเรียกเก็บของผู้ร้อง และตัวแทนของผู้ร้องดำเนินการโดยทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาที่ผู้ร้องต้องเรียกร้องความรับผิดจากตัวแทนเอง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชอบแล้ว การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องไม่อาจขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดได้ ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการด้วย ย่อมเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำร้อง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้อง ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 239/2559 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 529/2559 นายเอื้อง ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับเนื่องจากเกินกำหนดเวลา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า นางอทิตาและนายธัชกร สามี เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้อง โดยเปิดสำนักงานตัวแทนที่จังหวัดสมุทรสาคร นางสาวอารียา เป็นลูกจ้างของนางอทิตา นายเอื้อง เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร นายเอื้องมอบหมายให้นายจารุเจตน์ เป็นตัวแทนติดต่อเอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว นายจารุเจตน์ติดต่อสำนักงานของนางอทิตาตัวแทนผู้ร้องที่จังหวัดสมุทรสาคร ผ่านนางสาวอารียาลูกจ้างของนางอทิตาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 ผู้ร้องออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่นายเอื้อง มีระยะเวลาคุ้มครองเริ่มต้นวันที่ 6 มีนาคม 2559 เวลา 14.33 นาฬิกา สิ้นสุดวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 16.30 นาฬิกา อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องออกกรมธรรม์ประกันภัยให้นายเอี่ยมผู้เอาประกันใหม่ ระบุระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 5 มีนาคม 2559 เวลา 10.25 นาฬิกา สิ้นสุดวันที่ 5 มีนาคม 2560 เวลา 16.30 นาฬิกา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า การยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายจารุเจตน์ตัวแทนของนายเอื้องติดต่อกับนางสาวอารียาลูกจ้างของนางอทิตาผู้เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้อง ขอทำประกันวินาศภัย ประเภท 3 สำหรับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย ประเภท 3 เป็นอัตราเบี้ยตายตัว ทั้งตามอุทธรณ์ของผู้ร้องก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางอทิตาและนายธัชกรสองสามีภริยาเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้องมีสำนักงานที่จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานตัวแทนสามารถออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัยประเภท 3 ได้เอง ดังนั้น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 นายจารุเจตน์เสนอเอาประกันวินาศภัย ประเภท 3 ให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร นางสาวอารียารับเรื่องไว้ โดยสำนักงานตัวแทนของนางอทิตามีอำนาจออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัย ประเภท 3 ได้เอง จึงเป็นการสนองตอบ สัญญาประกันวินาศภัยย่อมเกิดขึ้นทันที ส่วนเอกสารกรมธรรม์จะออกได้เมื่อใดเป็นกระบวนการภายในของผู้ร้อง ผู้เอาประกันภัยจะชำระเบี้ยประกันเมื่อใดขึ้นอยู่กับการเรียกเก็บของผู้ร้อง และตัวแทนของผู้ร้องดำเนินการโดยทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาที่ผู้ร้องต้องเรียกร้องความรับผิดจากตัวแทนเอง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชอบแล้ว การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องไม่อาจขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดได้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการด้วย ย่อมเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำร้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จิรนิติ หะวานนท์-ชัยรัตน์ ศิลาลาย-อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล) ศาลแพ่ง - นางยุพา กิตตินภดล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.487/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1112/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4071/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
629032
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางยุพา กิตตินภดล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081956065"
    }
}
date
2561
deka_no
8440/2561
deka_running_no
8440
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "ชัยรัตน์ ศิลาลาย",
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 40 วรรคสาม (2)",
            "ม. 40 (ข)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท ม."
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 239/2559 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 529/2559

นายเอื้อง ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับเนื่องจากเกินกำหนดเวลา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า นางอทิตาและนายธัชกร สามี เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้อง โดยเปิดสำนักงานตัวแทนที่จังหวัดสมุทรสาคร นางสาวอารียา เป็นลูกจ้างของนางอทิตา นายเอื้อง เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร นายเอื้องมอบหมายให้นายจารุเจตน์ เป็นตัวแทนติดต่อเอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว นายจารุเจตน์ติดต่อสำนักงานของนางอทิตาตัวแทนผู้ร้องที่จังหวัดสมุทรสาคร ผ่านนางสาวอารียาลูกจ้างของนางอทิตาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 ผู้ร้องออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่นายเอื้อง มีระยะเวลาคุ้มครองเริ่มต้นวันที่ 6 มีนาคม 2559 เวลา 14.33 นาฬิกา สิ้นสุดวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 16.30 นาฬิกา อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องออกกรมธรรม์ประกันภัยให้นายเอี่ยมผู้เอาประกันใหม่ ระบุระยะเวลาประกันภัยเริ่มต้นวันที่ 5 มีนาคม 2559 เวลา 10.25 นาฬิกา สิ้นสุดวันที่ 5 มีนาคม 2560 เวลา 16.30 นาฬิกา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า การยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายจารุเจตน์ตัวแทนของนายเอื้องติดต่อกับนางสาวอารียาลูกจ้างของนางอทิตาผู้เป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้อง ขอทำประกันวินาศภัย ประเภท 3 สำหรับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร ซึ่งอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย ประเภท 3 เป็นอัตราเบี้ยตายตัว ทั้งตามอุทธรณ์ของผู้ร้องก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางอทิตาและนายธัชกรสองสามีภริยาเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยของผู้ร้องมีสำนักงานที่จังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานตัวแทนสามารถออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัยประเภท 3 ได้เอง ดังนั้น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 นายจารุเจตน์เสนอเอาประกันวินาศภัย ประเภท 3 ให้รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 8 ฒ - 9044 กรุงเทพมหานคร นางสาวอารียารับเรื่องไว้ โดยสำนักงานตัวแทนของนางอทิตามีอำนาจออกกรมธรรม์ประกันวินาศภัย ประเภท 3 ได้เอง จึงเป็นการสนองตอบ สัญญาประกันวินาศภัยย่อมเกิดขึ้นทันที ส่วนเอกสารกรมธรรม์จะออกได้เมื่อใดเป็นกระบวนการภายในของผู้ร้อง ผู้เอาประกันภัยจะชำระเบี้ยประกันเมื่อใดขึ้นอยู่กับการเรียกเก็บของผู้ร้อง และตัวแทนของผู้ร้องดำเนินการโดยทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาที่ผู้ร้องต้องเรียกร้องความรับผิดจากตัวแทนเอง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการชอบแล้ว การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ผู้ร้องไม่อาจขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดได้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการด้วย ย่อมเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำร้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ต้องพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1112/2560
primary_red_case_no
พ4071/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000153.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.487/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561