คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2562 ฉบับเต็ม

#630106
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2562 ธนาคาร อ. โดยบริษัท บ. ผู้เข้าสวมสิทธิ โจทก์ นางสาว ศ. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/8 ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 247 (เดิม) ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาภายใน 1 เดือน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 (เดิม) ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์และเป็นวันขึ้นปีใหม่อันเป็นวันหยุดราชการ วันที่ 2 และ 3 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันจันทร์และวันอังคารก็เป็นวันหยุดราชการชดเชยวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 4 มกราคม 2560ซึ่งเป็นวันที่เริ่มทำการใหม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/8 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา การที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาแก่จำเลยได้ จำเลยจะต้องอ้างถึงเหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาก่อนสิ้นระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 แต่ตามคำร้องจำเลยอ้างเพียงว่า จำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ขอคัดถ่ายไว้ ทำให้ไม่อาจทำฎีกายื่นได้ทันภายในกำหนด อันเป็นการอ้างถึงพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปเท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ก่อนสิ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อขอขยายระยะเวลาเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่ จึงไม่อาจขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้ตามคำร้องของจำเลยที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 120556 พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ มีนางสาวแพรวนภา เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังโดยชอบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยไม่มาศาล จำเลยมอบฉันทะให้นายสุรศักดิ์ ยื่นคำแถลงขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2560 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไป 30 วัน โดยอ้างเหตุว่า จำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์วันนี้ จำเลยจึงไม่อาจจัดทำฎีกาหรือมีระยะเวลาเพียงพอในการจัดทำฎีกาเพื่อยื่นฎีกาได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนด ทั้งไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ทันภายในกำหนดแต่อย่างใด จึงให้ยกคำร้อง วันที่ 16 มกราคม 2560 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ทบทวนคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ระบุในคำร้องด้วยว่า จำเลยได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ขอคัดถ่ายสำเนาไว้ประมาณวันที่ 16 ถึง 20 ธันวาคม 2559 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาภายใน 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 (เดิม) ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์และเป็นวันขึ้นปีใหม่อันเป็นวันหยุดราชการ วันที่ 2 และ 3 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันจันทร์และวันอังคารก็เป็นวันหยุดราชการชดเชยวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มทำการใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว การที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาแก่จำเลยได้ จำเลยจะต้องอ้างถึงเหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาก่อนสิ้นระยะเวลายื่นฎีกา ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 แต่ตามคำร้องจำเลยคงอ้างแต่เพียงว่า จำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ขอคัดถ่ายไว้ ทำให้ไม่อาจทำฎีกายื่นได้ทันภายในกำหนด อันเป็นการอ้างถึงพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปเท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ก่อนสิ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดคือวันที่ 4 มกราคม 2560 เพื่อขอขยายระยะเวลาเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่ กรณีจึงไม่อาจพิจารณาขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้ตามคำร้องของจำเลยที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-นิติ เอื้อจรัสพันธุ์-วันชัย ศศิโรจน์) ศาลแพ่ง - นายอดิศักดิ์ เฉลิมเกียรติ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายอมรเทพ การะโชติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.871/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ถ56/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ถ84/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
630106
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ เฉลิมเกียรติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายอมรเทพ การะโชติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955482"
    }
}
date
2562
deka_no
633/2562
deka_running_no
633
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "นิติ เอื้อจรัสพันธุ์",
    "วันชัย ศศิโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/8"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 247 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร อ. โดยบริษัท บ. ผู้เข้าสวมสิทธิ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ศ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 120556 พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ มีนางสาวแพรวนภา เป็นผู้ประมูลซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังโดยชอบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยไม่มาศาล จำเลยมอบฉันทะให้นายสุรศักดิ์ ยื่นคำแถลงขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559

ต่อมาวันที่ 5 มกราคม 2560 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไป 30 วัน โดยอ้างเหตุว่า จำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์วันนี้ จำเลยจึงไม่อาจจัดทำฎีกาหรือมีระยะเวลาเพียงพอในการจัดทำฎีกาเพื่อยื่นฎีกาได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนด ทั้งไม่ปรากฏเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ทันภายในกำหนดแต่อย่างใด จึงให้ยกคำร้อง

วันที่ 16 มกราคม 2560 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ทบทวนคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ระบุในคำร้องด้วยว่า จำเลยได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ขอคัดถ่ายสำเนาไว้ประมาณวันที่ 16 ถึง 20 ธันวาคม 2559

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่ศาลจะสั่งขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาภายใน 1 เดือน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 (เดิม) ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์และเป็นวันขึ้นปีใหม่อันเป็นวันหยุดราชการ วันที่ 2 และ 3 มกราคม 2560 ซึ่งตรงกับวันจันทร์และวันอังคารก็เป็นวันหยุดราชการชดเชยวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นฎีกาในวันที่ 4 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่เริ่มทำการใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาแล้ว การที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาแก่จำเลยได้ จำเลยจะต้องอ้างถึงเหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาก่อนสิ้นระยะเวลายื่นฎีกา ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 แต่ตามคำร้องจำเลยคงอ้างแต่เพียงว่า จำเลยเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ขอคัดถ่ายไว้ ทำให้ไม่อาจทำฎีกายื่นได้ทันภายในกำหนด อันเป็นการอ้างถึงพฤติการณ์พิเศษที่ทำให้ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ภายในกำหนดเพื่อขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปเท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ก่อนสิ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดคือวันที่ 4 มกราคม 2560 เพื่อขอขยายระยะเวลาเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วไม่ กรณีจึงไม่อาจพิจารณาขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้ตามคำร้องของจำเลยที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยต้องกันมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ถ56/2558
primary_red_case_no
ถ84/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000148.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.871/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562