คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8480/2561 ฉบับเต็ม

#630111
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8480/2561 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นาง ว. จำเลย ป.อ. มาตรา 33 (1) มูลเหตุการกระทำความผิดในคดีนี้เกิดจากการนำเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ขนาด 43.14 ตันกรอส ออกจากท่า โดยไม่มีคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งตามที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานก่อนนำเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นการใช้เรือผิดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือและเป็นเรือประมงซึ่งปฏิบัติไม่ครบตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย และการที่จำเลยยินยอมให้ผู้ควบคุมเรือกระทำการดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าเรือของจำเลยเป็นเรือที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับใบอนุญาตแต่อย่างใด เรือประมงของกลางจึงมิใช่ทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ริบเรือประมงของกลางจึงชอบแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 4, 175 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 ข้อ 8 (3), 11, 18 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 อวนครอบหมึกยาวประมาณ 80 เมตร และสัตวน้ำ หมึก (เน่าเสีย) ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ข้อ 8 (3), 11, 18 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 175 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา 29, 30 ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 อวนครอบหมึกยาวประมาณ 80 เมตร และสัตวน้ำ หมึก (เน่าเสีย) ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า เรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือ 262026072 ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ เห็นว่า มูลเหตุการกระทำความผิดในคดีนี้เกิดจากการนำเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ขนาด 43.14 ตันกรอส ออกจากท่า โดยไม่มีคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งตามที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานก่อนนำเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นการใช้เรือผิดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือและเป็นเรือประมงซึ่งปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย และการที่จำเลยยินยอมให้ผู้ควบคุมเรือกระทำการดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าเรือของจำเลยเป็นเรือที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับใบอนุญาตแต่อย่างใด เรือประมงของกลางจึงมิใช่ทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ริบเรือประมงของกลางจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-ธงชัย เสนามนตรี-ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล) ศาลจังหวัดระยอง - นายชวลิต คณานิตย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางสาวจันทร์เพ็ญ อนันตพันธุ์พงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สวอ.47/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1807/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1913/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
630111
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายชวลิต คณานิตย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นางสาวจันทร์เพ็ญ อนันตพันธุ์พงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955963"
    }
}
date
2561
deka_no
8480/2561
deka_running_no
8480
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "ณัฏฐชัย ไวยภาษจีรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ว."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 4, 175 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 ข้อ 8 (3), 11, 18 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 อวนครอบหมึกยาวประมาณ 80 เมตร และสัตวน้ำ หมึก (เน่าเสีย) ของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ข้อ 8 (3), 11, 18 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 175 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา 29, 30 ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 อวนครอบหมึกยาวประมาณ 80 เมตร และสัตวน้ำ หมึก (เน่าเสีย) ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้ริบเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือที่ 262026072 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า เรือกลประมงทะเลชั้น 1 ชื่อ ม.ทิพย์เจริญ 2 ขนาด 43.14 ตันกรอส หมายเลขทะเบียนเรือ 262026072 ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ เห็นว่า มูลเหตุการกระทำความผิดในคดีนี้เกิดจากการนำเรือกลประมงทะเลชั้น 1 ขนาด 43.14 ตันกรอส ออกจากท่า โดยไม่มีคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งตามที่แจ้งต่อเจ้าพนักงานก่อนนำเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นการใช้เรือผิดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในใบอนุญาตใช้เรือและเป็นเรือประมงซึ่งปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย และการที่จำเลยยินยอมให้ผู้ควบคุมเรือกระทำการดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าเรือของจำเลยเป็นเรือที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับใบอนุญาตแต่อย่างใด เรือประมงของกลางจึงมิใช่ทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ริบเรือประมงของกลางจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1807/2560
primary_red_case_no
อ1913/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000152.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สวอ.47/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561