คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2561 ฉบับเต็ม

#630439
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1555/2561 ธนาคาร ท. โจทก์ นาง น. ผู้ร้อง นางสาว จ. ผู้ซื้อทรัพย์ นาย ภ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 280 (เดิม), มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280 (เดิม) และอาจใช้สิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แต่การใช้สิทธิดังกล่าวต้องเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตด้วย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องเป็นผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ก่อนหน้าครั้งนี้ถึง 4 ครั้ง แต่กลับอ้างเหมือนกันทุกครั้งว่าไม่สามารถชำระราคาได้แล้วมาคัดค้านในการขายทอดตลาดครั้งต่อไป กลายเป็นว่าบุคคลภายนอกเมื่อเข้ามาประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้วแต่ไม่ยอมชำระราคา กลับมีสิทธิที่จะยับยั้งหรือประวิงการบังคับคดีได้เรื่อยไป ทำให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งเป็นคู่ความเดิมเสียหายได้จากการบังคับคดีที่ล่าช้า ทั้งทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดใหม่เรื่อยมา เช่นนี้ย่อมเป็นการยืนยันว่าการใช้สิทธิของผู้ร้องมิได้เป็นไปโดยสุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลได้ แต่ไม่ชำระราคา ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยปลอดจำนองให้ นางสาว จ. ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 2,650,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้มีโอกาสโต้แย้งคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2554 ของผู้ร้องเสียใหม่ โดยกำหนดเวลาให้ผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านแล้วพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดสิ่งปลูกสร้างและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลายครั้ง ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลได้รวม 4 ครั้ง แต่ไม่ชำระราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องประกาศขายทอดตลาดใหม่ ครั้งหลังสุดผู้ร้องประมูลได้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 ในราคา 3,250,000 บาท ผู้ร้องไม่ชำระราคาอีก แต่ขอขยายระยะเวลาชำระเงิน เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่อนุญาต และประกาศขายทอดตลาดใหม่ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 อันเป็นครั้งที่พิพาทกันในคดีนี้ โดยในการขายทอดตลาดครั้งพิพาทนี้ผู้ซื้อทรัพย์ให้ราคา 2,650,000 บาท ผู้ร้องคัดค้านราคา แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีวินิจฉัยว่าผู้ร้องมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี จึงไม่รับฟังคำคัดค้านและเคาะไม้ขายให้ผู้ซื้อทรัพย์ในราคาดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (เดิม) มีสิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดในราคาต่ำ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยต่อไปว่า การขายทอดตลาดครั้งพิพาทชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แล้ว จึงพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดครั้งพิพาทนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (เดิม) และกรณีอาจใช้สิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แต่การใช้สิทธิดังกล่าวต้องเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตด้วย กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ในการขายทอดตลาดครั้งก่อน แต่ผู้ร้องก็ไม่ยอมชำระราคาทรัพย์ที่ตนประมูลได้ แล้วมาคัดค้านในการขายทอดตลาดครั้งต่อไป กลายเป็นว่าบุคคลภายนอกเมื่อเข้ามาประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้วแต่ไม่ยอมชำระราคา กลับมีสิทธิที่จะยับยั้งหรือประวิงการบังคับคดีได้เรื่อยไป ทำให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งเป็นคู่ความเดิมเสียหายได้จากการบังคับคดีที่ล่าช้า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากผู้ร้องตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ผู้ร้องเป็นผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ก่อนหน้าครั้งนี้ถึง 4 ครั้ง แต่กลับอ้างเหมือนกันทุกครั้งว่าไม่สามารถชำระราคาได้ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดใหม่เรื่อยมา เช่นนี้ย่อมเป็นการยืนยันว่า การใช้สิทธิของผู้ร้องมิได้เป็นไปโดยสุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ยกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ทองธาร เหลืองเรืองรอง-พศวัจณ์ กนกนาก-ภพพิสิษฐ สุขะพิสิษฐ์) ศาลจังหวัดระยอง - นายชาตรี ใหม่วิจิตร ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายนำ กรุยรุ่งโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.939/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ขถ4/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ขถ9/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
630439
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายชาตรี ใหม่วิจิตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายนำ กรุยรุ่งโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081958016"
    }
}
date
2561
deka_no
1555/2561
deka_running_no
1555
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง",
    "พศวัจณ์ กนกนาก",
    "ภพพิสิษฐ สุขะพิสิษฐ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 280 (เดิม)",
            "ม. 309 ทวิ (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ท."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง น."
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นางสาว จ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ภ. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าว ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลได้ แต่ไม่ชำระราคา ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวโดยปลอดจำนองให้ นางสาว จ. ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 2,650,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้มีโอกาสโต้แย้งคัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดฉบับลงวันที่ 3 มีนาคม 2554 ของผู้ร้องเสียใหม่ โดยกำหนดเวลาให้ผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านแล้วพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสามไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ซื้อทรัพย์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดสิ่งปลูกสร้างและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4907 ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 หลายครั้ง ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลได้รวม 4 ครั้ง แต่ไม่ชำระราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องประกาศขายทอดตลาดใหม่ ครั้งหลังสุดผู้ร้องประมูลได้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553 ในราคา 3,250,000 บาท ผู้ร้องไม่ชำระราคาอีก แต่ขอขยายระยะเวลาชำระเงิน เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งไม่อนุญาต และประกาศขายทอดตลาดใหม่ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 อันเป็นครั้งที่พิพาทกันในคดีนี้ โดยในการขายทอดตลาดครั้งพิพาทนี้ผู้ซื้อทรัพย์ให้ราคา 2,650,000 บาท ผู้ร้องคัดค้านราคา แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีวินิจฉัยว่าผู้ร้องมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี จึงไม่รับฟังคำคัดค้านและเคาะไม้ขายให้ผู้ซื้อทรัพย์ในราคาดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (เดิม) มีสิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดในราคาต่ำ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยต่อไปว่า การขายทอดตลาดครั้งพิพาทชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แล้ว จึงพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนการขายทอดตลาดครั้งพิพาทนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 (เดิม) และกรณีอาจใช้สิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ (เดิม) แต่การใช้สิทธิดังกล่าวต้องเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตด้วย กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้ในการขายทอดตลาดครั้งก่อน แต่ผู้ร้องก็ไม่ยอมชำระราคาทรัพย์ที่ตนประมูลได้ แล้วมาคัดค้านในการขายทอดตลาดครั้งต่อไป กลายเป็นว่าบุคคลภายนอกเมื่อเข้ามาประมูลซื้อทรัพย์ได้แล้วแต่ไม่ยอมชำระราคา กลับมีสิทธิที่จะยับยั้งหรือประวิงการบังคับคดีได้เรื่อยไป ทำให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่งเป็นคู่ความเดิมเสียหายได้จากการบังคับคดีที่ล่าช้า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากผู้ร้องตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ผู้ร้องเป็นผู้เข้าประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดได้ก่อนหน้าครั้งนี้ถึง 4 ครั้ง แต่กลับอ้างเหมือนกันทุกครั้งว่าไม่สามารถชำระราคาได้ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องขายทอดตลาดใหม่เรื่อยมา เช่นนี้ย่อมเป็นการยืนยันว่า การใช้สิทธิของผู้ร้องมิได้เป็นไปโดยสุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ยกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ขถ4/2554
primary_red_case_no
ขถ9/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000169.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.939/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561