คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8516/2561 ฉบับเต็ม

#630655
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8516/2561 บริษัท ม. ผู้ร้อง เด็กชาย พ. และเด็กชาย ธ. โดยนางสาว จ. ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้คัดค้าน ป.วิ.อ. มาตรา 45, มาตรา 46 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 45 บัญญัติว่า "คดีเรื่องใดถึงแม้ว่าได้ฟ้องในทางอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก" แม้มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" อย่างไรก็ดี หากผลคดีอาญายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นประการใด ศาลในคดีส่วนแพ่งย่อมมีดุลพินิจดำเนินการะบวนพิจารณาและพิพากษาไปได้ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีส่วนอาญา การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วนคดีแพ่งที่ น. ฟ้องผู้กระทำละเมิดและนายจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้น ผลแห่งคดีจะเป็นอย่างไรย่อมไม่ผูกพันผู้คัดค้านคดีนี้เพราะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว คำร้องของผู้ร้องเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้ออุทธรณ์ประการอื่นที่ว่า อนุญาโตตุลาการไต่สวนพยานผู้คัดค้านเพียงปากเดียว ไม่ไต่สวนพยานอื่น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นเหตุที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องรับประกันภัยรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 83 - 2868 ชลบุรี เฉี่ยวชนกับรถยนต์ตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน ฮย 9371 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้นายวีระเดช คนขับรถยนต์ตู้โดยสารถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต่อมาอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสนอข้อพิพาทจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า มีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ผู้ร้องอุทธรณ์เพียงว่า อนุญาโตตุลาการไต่สวนและมีคำชี้ขาดโดยไม่รอผลในคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องนายประจักษ์ คนขับรถยนต์บรรทุกคันที่ผู้ร้องรับประกันภัยว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และนางนลินี มารดาของผู้ตายฟ้องผู้กระทำละเมิดและนายจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่ง เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 45 บัญญัติว่า "คดีเรื่องใดถึงแม้ว่าได้ฟ้องในทางอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก" แม้มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" อย่างไรก็ดี หากผลคดีอาญายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นประการใด ศาลในคดีส่วนแพ่งย่อมมีดุลพินิจดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาไปได้ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีส่วนอาญา การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วนคดีแพ่งที่นางนลินีฟ้องผู้กระทำละเมิดและนายจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้น ผลแห่งคดีจะเป็นอย่างไรย่อมไม่ผูกพันผู้คัดค้านคดีนี้เพราะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว คำร้องของผู้ร้องเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้ออุทธรณ์ประการอื่นที่ว่า อนุญาโตตุลาการไต่สวนพยานผู้คัดค้านเพียงปากเดียว ไม่ไต่สวนพยานอื่น ก็เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นเหตุที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ทุนทรัพย์ชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์มีจำนวน 540,479.46 บาท ซึ่งจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในแต่ละชั้นศาล 2,702 บาท แต่ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นต้น 10,200 บาท และค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท จึงต้องคืนส่วนที่เกินให้แก่ผู้ร้อง พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินมาแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (จิรนิติ หะวานนท์-ชัยรัตน์ ศิลาลาย-อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล) ศาลแพ่ง - นายนรินทร์ สมัครเขตการ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.730/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1772/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ6126/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
630655
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายนรินทร์ สมัครเขตการ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955957"
    }
}
date
2561
deka_no
8516/2561
deka_running_no
8516
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "ชัยรัตน์ ศิลาลาย",
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 45",
            "ม. 46"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 40"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท ม."
    },
    {
        "role": "",
        "name": "เด็กชาย พ. และเด็กชาย ธ."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "โดยนางสาว จ. ผู้แทนโดยชอบธรรม"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องรับประกันภัยรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 83 - 2868 ชลบุรี เฉี่ยวชนกับรถยนต์ตู้โดยสาร หมายเลขทะเบียน ฮย 9371 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้นายวีระเดช คนขับรถยนต์ตู้โดยสารถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต่อมาอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสนอข้อพิพาทจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า มีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ผู้ร้องอุทธรณ์เพียงว่า อนุญาโตตุลาการไต่สวนและมีคำชี้ขาดโดยไม่รอผลในคดีอาญาที่พนักงานอัยการฟ้องนายประจักษ์ คนขับรถยนต์บรรทุกคันที่ผู้ร้องรับประกันภัยว่ากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และนางนลินี มารดาของผู้ตายฟ้องผู้กระทำละเมิดและนายจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่ง เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 45 บัญญัติว่า "คดีเรื่องใดถึงแม้ว่าได้ฟ้องในทางอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก" แม้มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" อย่างไรก็ดี หากผลคดีอาญายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นประการใด ศาลในคดีส่วนแพ่งย่อมมีดุลพินิจดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาไปได้ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีส่วนอาญา การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วนคดีแพ่งที่นางนลินีฟ้องผู้กระทำละเมิดและนายจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้น ผลแห่งคดีจะเป็นอย่างไรย่อมไม่ผูกพันผู้คัดค้านคดีนี้เพราะไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว คำร้องของผู้ร้องเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้ออุทธรณ์ประการอื่นที่ว่า อนุญาโตตุลาการไต่สวนพยานผู้คัดค้านเพียงปากเดียว ไม่ไต่สวนพยานอื่น ก็เป็นการโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยข้อเท็จจริงเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นเหตุที่ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ทุนทรัพย์ชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์มีจำนวน 540,479.46 บาท ซึ่งจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในแต่ละชั้นศาล 2,702 บาท แต่ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นต้น 10,200 บาท และค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท จึงต้องคืนส่วนที่เกินให้แก่ผู้ร้อง

พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินมาแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1772/2560
primary_red_case_no
พ6126/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000152.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.730/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2561