คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048 -ที่ 5049/2561 ฉบับเต็ม

#630926
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048 - 5049/2561 นางสาว จ.กับพวก โจทก์ นาย พ. กับพวก จำเลย นาง บ. กับพวก จำเลยร่วม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2), มาตรา 246, มาตรา 247 (เดิม) คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้งสองสำนวนให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลฎีกา ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันดังกล่าว จำเลยทั้งสามทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 (เดิม) ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกทั้งหมดของเจ้ามรดกในอัตราส่วนที่เท่ากัน (ยกเว้นที่ตึกตรงที่ดินจัดสรร) ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมของเจ้ามรดกฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์มรดกดังกล่าวตามกฎหมาย ห้ามมิให้บุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายเข้าเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกที่โจทก์ทั้งสองได้รับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและบ้านเลขที่ 21/13 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 25856 และ 25857 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ดินและอาคารชื่อ ส.ธนากิตติ์แมนชั่น เลขที่ 123 หมู่ที่ 6 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 88205 ที่ดินและอาคารบนโฉนดเลขที่ 98198 ที่ดินและอาคารเลขที่ 127 ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 46093 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สิน คนงาน และสิ่งของต่าง ๆ ของจำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและอาคารมรดกดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารส่งมอบที่ดินและอาคารทั้งหมดข้างต้นคืนแก่โจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารรบกวนการครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ในทรัพย์มรดกดังกล่าวของโจทก์ทั้งสอง หรือทรัพย์มรดกอื่น ๆ ที่โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับตามพินัยกรรมของผู้ตาย และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบเงินดอกผลในทรัพย์มรดกที่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารได้รับไปเป็นเงิน 950,000 บาท คืนแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นในสำนวนแรกให้ยกและให้ยกฟ้องสำนวนที่สอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่ต้องร่วมกันคืนเงินให้โจทก์ทั้งสอง 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์ทั้งสองเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้งสองสำนวนให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลฎีกา ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันดังกล่าว จำเลยทั้งสามทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 (เดิม) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ (กึกก้อง สมเกียรติเจริญ-ประยูร ณ ระนอง-สุรทิน สาเรือง) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางวัลลิภา เนติบันลือฤทธิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ319/2560 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ150/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ268/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
630926
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นางวัลลิภา เนติบันลือฤทธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081957071"
    }
}
date
2561
deka_no
5049/2561
deka_running_no
5049
deka_year
2561
department
แผนก
judges
[
    "กึกก้อง สมเกียรติเจริญ",
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "สุรทิน สาเรือง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174 (2)",
            "ม. 246",
            "ม. 247 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว จ.กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พ. กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นาง บ. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกทั้งหมดของเจ้ามรดกในอัตราส่วนที่เท่ากัน (ยกเว้นที่ตึกตรงที่ดินจัดสรร) ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมของเจ้ามรดกฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2549 ให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์มรดกดังกล่าวตามกฎหมาย ห้ามมิให้บุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายเข้าเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกที่โจทก์ทั้งสองได้รับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและบ้านเลขที่ 21/13 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 25856 และ 25857 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ดินและอาคารชื่อ ส.ธนากิตติ์แมนชั่น เลขที่ 123 หมู่ที่ 6 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 88205 ที่ดินและอาคารบนโฉนดเลขที่ 98198 ที่ดินและอาคารเลขที่ 127 ตั้งอยู่บนโฉนดเลขที่ 46093 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สิน คนงาน และสิ่งของต่าง ๆ ของจำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารออกจากที่ดินและอาคารมรดกดังกล่าว ให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารส่งมอบที่ดินและอาคารทั้งหมดข้างต้นคืนแก่โจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารรบกวนการครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ในทรัพย์มรดกดังกล่าวของโจทก์ทั้งสอง หรือทรัพย์มรดกอื่น ๆ ที่โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับตามพินัยกรรมของผู้ตาย และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบเงินดอกผลในทรัพย์มรดกที่จำเลยทั้งสามตลอดจนวงศ์ญาติและบริวารได้รับไปเป็นเงิน 950,000 บาท คืนแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นในสำนวนแรกให้ยกและให้ยกฟ้องสำนวนที่สอง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่ต้องร่วมกันคืนเงินให้โจทก์ทั้งสอง 950,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์ทั้งสองเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้งสองสำนวนให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้ส่งสำนวนและคำพิพากษาคืนศาลฎีกา ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันดังกล่าว จำเลยทั้งสามทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้ว แต่เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 (เดิม) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาทั้งสองสำนวนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ150/2555
primary_red_case_no
พ268/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000161.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ319/2560
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048 -
year
2561