คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558 ฉบับเต็ม

#631579
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558 ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้กล่าวหา นายไพศาล ทองเจิม ผู้ถูกกล่าวหา ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1) ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาและพิพากษากลับว่าให้ยกข้อกล่าวหา ดังนี้ ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร และมีหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลเพื่อไต่สวนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ จึงไม่มีสิทธิฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ให้อำนาจผู้อำนวยการประจำศาล ฎีกาในกรณีเช่นนี้ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้กล่าวหา รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ถูกกล่าวหาไปรับตัวนางสาวณัฐฐา จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9215/2555 ของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นบุตรของนางชมัยพร มาจากบ้าน เพื่อเจรจาตกลงเรื่องคดีความกันที่ศาลชั้นต้น จากนั้นผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงหมายจับของศาลซึ่งเป็นหมายจับปลอม ให้นางสาวณัฐฐาดู แล้วโทรศัพท์ไปข่มขู่นางชมัยพรว่า เจ้าพนักงานตำรวจจะจับตัวนางสาวณัฐฐาหากไม่นำเงินมาให้ นางชมัยพรกลัวจึงยอมมอบพระพุทธรูปบูชา 50 องค์ และเงินสดอีก 260,000 บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) จำคุก 6 เดือน ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3407/2556 ของศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกข้อกล่าวหา ผู้กล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาและพิพากษากลับว่าให้ยกข้อกล่าวหา ดังนี้ ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร และมีหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลเพื่อไต่สวนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ จึงไม่มีสิทธิฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ให้อำนาจผู้อำนวยการประจำศาล ฎีกาในกรณีเช่นนี้ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้กล่าวหามาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของผู้กล่าวหา (นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี-ธีระพงศ์ จิระภาค-ปกรณ์ มหรรณพ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
631579
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081971043"
    }
}
date
2558
deka_no
6294/2558
deka_running_no
6294
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ผู้อำนวยการ"
    },
    {
        "role": "ผู้กล่าวหา",
        "name": "สำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นายไพศาล ทองเจิม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้กล่าวหา รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ถูกกล่าวหาไปรับตัวนางสาวณัฐฐา จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9215/2555 ของศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นบุตรของนางชมัยพร มาจากบ้าน เพื่อเจรจาตกลงเรื่องคดีความกันที่ศาลชั้นต้น จากนั้นผู้ถูกกล่าวหาได้แสดงหมายจับของศาลซึ่งเป็นหมายจับปลอม ให้นางสาวณัฐฐาดู แล้วโทรศัพท์ไปข่มขู่นางชมัยพรว่า เจ้าพนักงานตำรวจจะจับตัวนางสาวณัฐฐาหากไม่นำเงินมาให้ นางชมัยพรกลัวจึงยอมมอบพระพุทธรูปบูชา 50 องค์ และเงินสดอีก 260,000 บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) จำคุก 6 เดือน ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3407/2556 ของศาลชั้นต้น

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกข้อกล่าวหา

ผู้กล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาและพิพากษากลับว่าให้ยกข้อกล่าวหา ดังนี้ ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลจังหวัดสมุทรสาคร และมีหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลเพื่อไต่สวนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ จึงไม่มีสิทธิฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าวได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ให้อำนาจผู้อำนวยการประจำศาล ฎีกาในกรณีเช่นนี้ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้กล่าวหามาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของผู้กล่าวหา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000280.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558