คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9529/2558 ฉบับเต็ม

#632474
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9529/2558 บริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสุชิน ทิพวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 16, มาตรา 302 ศาลชั้นต้นได้รับมอบหมายจากศาลแขวงพระโขนงให้ดำเนินการบังคับคดี ยึดทรัพย์และขายทอดตลาดแทน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งใด ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อตามคำร้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ไม่ยึดทรัพย์ตามคำร้องขอของโจทก์ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นซึ่งดำเนินการบังคับคดีแทนและอยู่ใกล้ชิดพยานหลักฐานต่าง ๆ ย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนเสียได้เพื่อให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมตามที่เห็นสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา 16 วรรคสอง หาเป็นการขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 302 ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแขวงพระโขนง (ปัจจุบันศาลจังหวัดพระโขนง) โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6279 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อเด็กชายกิตติ เป็นเจ้าของ โดยอ้างว่าจำเลยให้เด็กชายกิตติถือกรรมสิทธิ์แทน เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ยกคำร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา) ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งศาลแขวงพระโขนงพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลแขวงพระโขนงมอบหมายให้ศาลชั้นต้นบังคับคดีแทน โจทก์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6279 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่จำเลยยกให้เด็กชายกิตติ บุตรของจำเลยโดยเสน่หา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา มีคำสั่งไม่ยึดให้ อ้างว่าตามสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินดังกล่าวมีชื่อเด็กชายกิตติเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ขอให้บังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้รับมอบหมายจากศาลแขวงพระโขนงให้ดำเนินการบังคับคดี ยึดทรัพย์และขายทอดตลาดแทน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งใด ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อตามคำร้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ไม่ยึดทรัพย์ตามคำร้องขอของโจทก์ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นซึ่งดำเนินการบังคับคดีแทนและอยู่ใกล้ชิดพยานหลักฐานต่าง ๆ ย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนเสียได้เพื่อให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 16 วรรคสอง หาเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยเห็นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่บังคับคดีแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
632474
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969769"
    }
}
date
2558
deka_no
9529/2558
deka_running_no
9529
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 16",
            "ม. 302"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพรีเมียร์ เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชิน ทิพวรรณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแขวงพระโขนง (ปัจจุบันศาลจังหวัดพระโขนง) โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และต่อมาโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6279 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีชื่อเด็กชายกิตติ เป็นเจ้าของ โดยอ้างว่าจำเลยให้เด็กชายกิตติถือกรรมสิทธิ์แทน เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ยกคำร้อง

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา) ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งศาลแขวงพระโขนงพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์และใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลแขวงพระโขนงมอบหมายให้ศาลชั้นต้นบังคับคดีแทน โจทก์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 6279 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่จำเลยยกให้เด็กชายกิตติ บุตรของจำเลยโดยเสน่หา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา มีคำสั่งไม่ยึดให้ อ้างว่าตามสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินดังกล่าวมีชื่อเด็กชายกิตติเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ขอให้บังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้รับมอบหมายจากศาลแขวงพระโขนงให้ดำเนินการบังคับคดี ยึดทรัพย์และขายทอดตลาดแทน ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งใด ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อตามคำร้องของโจทก์กล่าวอ้างว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ไม่ยึดทรัพย์ตามคำร้องขอของโจทก์ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นซึ่งดำเนินการบังคับคดีแทนและอยู่ใกล้ชิดพยานหลักฐานต่าง ๆ ย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งเพิกถอนเสียได้เพื่อให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมตามที่เห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 16 วรรคสอง หาเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยเห็นว่า โจทก์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่บังคับคดีแทน และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000269.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558