คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10008/2558 ฉบับเต็ม

#632489
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10008/2558 บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายประสิทธิ์หรือสิรวิษณ์ นิ่มนวล โดยนางมัลลิกา นิ่มนวล ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850, มาตรา 852 จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ โดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์ที่มี อ. เป็นคนขับและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุ อ. และจำเลยที่ 1 ไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจและทำบันทึกเกี่ยวกับรถเฉี่ยวกันมีข้อความส่วนที่เป็นสาระสำคัญว่า "อ. ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจาก ป. (ป. คือจำเลยที่ 1) แต่อย่างใด" ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายชัดเจนในตัว เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏว่า อ. ทราบก่อนทำเอกสารแล้วว่า จำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถประมาทและเป็นฝ่ายกระทำละเมิดซึ่งต้องรับผิดในเรื่องค่าเสียหาย แต่ อ.ยังคงตกลงยินยอมที่จะไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนใด ๆ จากจำเลยที่ 1 และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน เช่นนี้เป็นการสละสิทธิเรียกร้องเพื่อระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปโดยยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ซึ่งเป็นผลให้มูลหนี้ละเมิดจากการที่รถเฉี่ยวชนกันระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 852 โจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิของ อ. ผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องค่าเสียหายรถเฉี่ยวชนกันจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 195,155.60 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 193,880.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 193,880.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ (ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,274.83 บาท) กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 9,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ฎีกาโต้แย้งฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ลรล กรุงเทพมหานคร 0673 โดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน วย 1711 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายแอนดริว เป็นคนขับและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่บริเวณถนนสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าว 193,880.77 บาท ให้แก่นายแอนดริวแล้ว สำหรับคดีในส่วนของจำเลยที่ 4 นั้นยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่ามูลหนี้ละเมิดจากการที่รถเฉี่ยวชนกันระงับไปแล้วหรือไม่ เห็นว่า หลังเกิดเหตุนายแอนดริวและจำเลยที่ 1 ไปพบร้อยตำรวจเอกวิโรจน์ พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบางพลีและทำบันทึกเกี่ยวกับรถเฉี่ยวกันตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี มีข้อความส่วนที่เป็นสาระสำคัญว่า "นายแอนดริวไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากนายประสิทธิ์ (คือจำเลยที่ 1) แต่อย่างใด" ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายชัดเจนในตัว เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏว่านายแอนดริวทราบก่อนทำรายงานประจำวันดังกล่าว แล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถประมาทและเป็นฝ่ายกระทำละเมิดซึ่งต้องรับผิดในเรื่องค่าเสียหาย แต่นายแอนดริวยังคงตกลงยินยอมที่จะไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนใด ๆ จากจำเลยที่ 1 และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานเช่นนี้เป็นการสละสิทธิเรียกร้องเพื่อระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปโดยยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ซึ่งเป็นผลให้มูลหนี้ละเมิดจากการที่รถเฉี่ยวชนกันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิของนายแอนดริวผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องค่าเสียหายรถเฉี่ยวชนกันจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ ที่โจทก์อ้างว่าข้อความส่วนที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าวมีความหมายเพียงว่านายแอนดริวไม่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ด้วยตนเองเท่านั้น ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์แวดล้อมสนับสนุน ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กรองเกียรติ คมสัน-ถมรัตน์ เลิศไพรวัน-สมชาติ ธัญญาวินิชกุล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
632489
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969430"
    }
}
date
2558
deka_no
10008/2558
deka_running_no
10008
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "ถมรัตน์ เลิศไพรวัน",
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850",
            "ม. 852"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายประสิทธิ์หรือสิรวิษณ์ นิ่มนวล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "โดยนางมัลลิกา นิ่มนวล ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงิน 195,155.60 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 193,880.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 193,880.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ (ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,274.83 บาท) กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 9,500 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เสียด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ฎีกาโต้แย้งฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน ลรล กรุงเทพมหานคร 0673 โดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์หมายเลขทะเบียน วย 1711 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายแอนดริว เป็นคนขับและเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่บริเวณถนนสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้ชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าว 193,880.77 บาท ให้แก่นายแอนดริวแล้ว สำหรับคดีในส่วนของจำเลยที่ 4 นั้นยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่ามูลหนี้ละเมิดจากการที่รถเฉี่ยวชนกันระงับไปแล้วหรือไม่ เห็นว่า หลังเกิดเหตุนายแอนดริวและจำเลยที่ 1 ไปพบร้อยตำรวจเอกวิโรจน์ พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบางพลีและทำบันทึกเกี่ยวกับรถเฉี่ยวกันตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี มีข้อความส่วนที่เป็นสาระสำคัญว่า "นายแอนดริวไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากนายประสิทธิ์ (คือจำเลยที่ 1) แต่อย่างใด" ซึ่งข้อความดังกล่าวมีความหมายชัดเจนในตัว เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏว่านายแอนดริวทราบก่อนทำรายงานประจำวันดังกล่าว แล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายขับรถประมาทและเป็นฝ่ายกระทำละเมิดซึ่งต้องรับผิดในเรื่องค่าเสียหาย แต่นายแอนดริวยังคงตกลงยินยอมที่จะไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนใด ๆ จากจำเลยที่ 1 และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานเช่นนี้เป็นการสละสิทธิเรียกร้องเพื่อระงับข้อพิพาทให้เสร็จไปโดยยอมผ่อนผันให้แก่กัน เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ซึ่งเป็นผลให้มูลหนี้ละเมิดจากการที่รถเฉี่ยวชนกันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 โจทก์ไม่อาจรับช่วงสิทธิของนายแอนดริวผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องค่าเสียหายรถเฉี่ยวชนกันจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ ที่โจทก์อ้างว่าข้อความส่วนที่เป็นสาระสำคัญดังกล่าวมีความหมายเพียงว่านายแอนดริวไม่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ด้วยตนเองเท่านั้น ก็ไม่ปรากฏพยานหลักฐานหรือพฤติการณ์แวดล้อมสนับสนุน ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000266.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558