คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2562 ฉบับเต็ม

#633047
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2562 บริษัท น. โจทก์ นาย ค. กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 74 ตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารแนบท้ายคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และ ธ. เป็นกรรมการของโจทก์ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 และ ธ. ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ในคำร้องขอถอนฟ้องย่อมมีผลผูกพันโจทก์และถือว่าโจทก์โดยจำเลยที่ 1 และ ธ. กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ขอถอนฟ้องของโจทก์แทนโจทก์และมีผลผูกพันโจทก์แล้ว การถอนฟ้องคดีนี้จะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อโจทก์ ผลดีหรือผลเสียนั้นย่อมตกแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นกรรมการของโจทก์ด้วยในลักษณะอย่างเดียวกันจะถือว่าผลประโยชน์ทางได้ทางเสียของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในการฟ้องคดีนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันดังที่บัญญัติใน ป.พ.พ. มาตรา 74 ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์โดยนายโยชิฮารุและนายเหนือเพชร กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ มอบอำนาจให้นายภิญโญฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 268, 341 ครั้นกระบวนพิจารณามีการสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและอยู่ระหว่างสืบพยานจำเลยยังไม่แล้วเสร็จ โจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ กรรมการผู้มีอำนาจโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ต่อมาโจทก์โดยนายภิญโญ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องดังกล่าว จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบที่ศาลชั้นต้นเคยอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความและมีคำสั่งใหม่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 และให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ และให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีกรรมการ 5 คน คือ นายโยชิฮารุ นายทาโร่ นายคัทสุอากิ นางธิฑิณันจ์ และนายเหนือเพชร กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ โจทก์โดยนายโยชิฮารุและนายเหนือเพชรลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์มอบอำนาจให้นายภิญโญฟ้องนายคัทสุอากิและนางสาวพาณีเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานฉ้อโกงและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องและคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลยทั้งสอง โจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และมีคำสั่งให้ดำเนินคดีกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์มีอำนาจถอนฟ้องคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เมื่อปรากฏตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารแนบท้ายคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์เป็นกรรมการของโจทก์ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ในคำร้องขอถอนฟ้องย่อมมีผลผูกพันโจทก์และถือว่าโจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ขอถอนฟ้องของโจทก์แทนโจทก์และมีผลผูกพันโจทก์แล้ว ส่วนที่โจทก์ฎีกาในทำนองว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ ลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการของโจทก์จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 74 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น พิเคราะห์แล้ว การถอนฟ้องคดีนี้จะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อโจทก์ ผลดีหรือผลเสียนั้นย่อมตกแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นกรรมการของโจทก์ด้วยในลักษณะอย่างเดียวกันจะถือว่าผลประโยชน์ทางได้ทางเสียของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในการฟ้องคดีนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันดังที่บัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74 ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ-สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์) ศาลแขวงนนทบุรี - นางลลิตา อิศโรทัยกุล กลัดวัง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางพัชร์ภรณ์ อนุวุฒินาวิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.673/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2908/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2324/2558 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633047
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนนทบุรี",
        "judge": "นางลลิตา อิศโรทัยกุล กลัดวัง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางพัชร์ภรณ์ อนุวุฒินาวิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955300"
    }
}
date
2562
deka_no
1297/2562
deka_running_no
1297
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ",
    "สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 74"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท น."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ค. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์โดยนายโยชิฮารุและนายเหนือเพชร กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ มอบอำนาจให้นายภิญโญฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 268, 341 ครั้นกระบวนพิจารณามีการสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและอยู่ระหว่างสืบพยานจำเลยยังไม่แล้วเสร็จ โจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ กรรมการผู้มีอำนาจโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง

ต่อมาโจทก์โดยนายภิญโญ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องดังกล่าว จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบที่ศาลชั้นต้นเคยอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความและมีคำสั่งใหม่ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 และให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ และให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เสีย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีกรรมการ 5 คน คือ นายโยชิฮารุ นายทาโร่ นายคัทสุอากิ นางธิฑิณันจ์ และนายเหนือเพชร กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ โจทก์โดยนายโยชิฮารุและนายเหนือเพชรลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์มอบอำนาจให้นายภิญโญฟ้องนายคัทสุอากิและนางสาวพาณีเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิดฐานฉ้อโกงและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องและคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลยทั้งสอง โจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และมีคำสั่งให้ดำเนินคดีกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2558

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์มีอำนาจถอนฟ้องคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เมื่อปรากฏตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารแนบท้ายคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์เป็นกรรมการของโจทก์ ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์ในคำร้องขอถอนฟ้องย่อมมีผลผูกพันโจทก์และถือว่าโจทก์โดยจำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ขอถอนฟ้องของโจทก์แทนโจทก์และมีผลผูกพันโจทก์แล้ว ส่วนที่โจทก์ฎีกาในทำนองว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ คำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 และนางธิฑิณันจ์ ลงลายมือชื่อในฐานะกรรมการของโจทก์จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา 74 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น พิเคราะห์แล้ว การถอนฟ้องคดีนี้จะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อโจทก์ ผลดีหรือผลเสียนั้นย่อมตกแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะที่เป็นกรรมการของโจทก์ด้วยในลักษณะอย่างเดียวกันจะถือว่าผลประโยชน์ทางได้ทางเสียของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ในการฟ้องคดีนี้เป็นปฏิปักษ์ต่อกันดังที่บัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 74 ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2908/2555
primary_red_case_no
อ2324/2558
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000147.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.673/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562